
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่21ก.ค.2558
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่21ก.ค.2558
***ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว “อส.ทพ.ไชยสิทธิ์ มาลัย” เหยื่อสถานการณ์ไฟใต้รายล่าสุด ถูกคนร้ายตามประกบยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากซื้อกับข้าวในตลาดจะกลับบ้านพัก เหตุเกิดบนถนนริมทางรถไฟ พื้นที่ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันก่อน สะท้อนให้เห็นปัญหาความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นปัญหาหนักอกที่ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะนำความสันติสุขคืนพื้นที่ปลายด้ามขวานของประเทศได้ ที่ผ่านมายังคงเกิดเหตุร้ายไม่เว้นแต่ละวันประชาชนคนพื้นที่ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองยังคงต้องอยู่ด้วยความผวา ไม่รู้จะตกเป็นเหยื่อความไม่สงบเมื่อไหร่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี คงต้องเร่งมือแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
*** สถานการณ์ชายแดนใต้ที่ร้อนระอุส่วนหนึ่งเป็นเพราะขบวนการนอกกฎหมายปลูกฝังแนวคิดผิดๆ จนเยาวชนหลงเชื่อกลายเป็นแนวร่วม แล้วใช้ยาเสพติดโดยเฉพาะ “น้ำต้มใบกระท่อม” มอมเมาเยาวชนจนตกเป็นทาสยาเสพติด สั่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” ผบ.ทบ. “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร. และ “เพิ่มพงษ์ เชาวลิต” เลขาธิการ ป.ป.ส. ควรเร่งให้ความสำคัญ หากสามารถหยุดหรือยับยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ “สันติสุข” อาจหวนคืนชายแดนใต้ได้เร็วขึ้น *** พฤติการณ์สุดแสบเอเย่นต์ยาเสพติดชาวเพม่าฉวยโอกาสขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานในโรงงานย่าน จ.นครปฐม แล้วนำยาบ้าและยาไอซ์จากพม่าเข้ามาจำหน่ายในไทย วันก่อน “พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม” ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พร้อมทีมงานชุดปราบปรามยาเสพติดจับเอเย่นต์ใหญ่ได้ 3 ราย ยึดยาบ้าได้หลายหมื่นเม็ด ยาไอซ์อีก 1.6 กิโลกรัม “พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์” ผบก.ภ.จว.นครปฐม พอใจผลงาน
***ระยะหลังมานี้เครือข่ายยาเสพติดในต่างประเทศมักใช้วิธีการส่งคนเข้ามาแทรกซึมในพื้นที่ชั้นในของไทย โดยแฝงตัวมากับแรงงาน ทำทีเข้ามารับจ้างทำงานทั่วไป โดยเฉพาะตามตลาดค้าส่งที่เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าใหญ่ๆ แล้วฉวยโอกาสกระจายยาเสพติด “พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร” ผบช.ปส. คงมีข้อมูลเรื่องนี้แล้ว กวาดล้างเสียให้ราบคาบอย่าปล่อยไว้สร้างปัญหา ***ข่าวดีของเพื่อนข้าราชการตำรวจ “บิ๊กอ๊อด” ร่อนหนังสือขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยสั่งและนำเข้าปืนพกขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ รุ่น พี320 จากสหรัฐอเมริกา เพื่อจำหน่ายให้แก่ตำรวจกว่า 1.5 แสนนาย ที่แสดงความประสงค์ขอสั่งซื้อนำไปใช้ทดแทนปืนพกสั้นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เลือกประกอบ “อาชีพตำรวจ” ต้องทำใจอยากได้อุปกรณ์ดีๆ เพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเอง
*** กรณี “แจ๊ดปืนจิ๋ว” ยังไม่ทันม้วนเสื่อ ก็เกิดเรื่องให้ชวนสงสัยในมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัมภาระในสนามบินสุวรรณภูมิอีกแล้ว วันก่อนสุภาพสตรีเดินทางไปต่างประเทศเก็บเครื่องเพชรไว้ในกระเป๋าคอมพิวเตอร์นำเข้าสู่เครื่องสแกนผ่านการตรวจสอบ ระหว่างผู้หญิงรายนี้กำลังเก็บสัมภาระอื่นๆ พนักงานได้หยิบกระเป๋าคอมพิวเตอร์ที่ผ่านเครื่องสแกนแล้วไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้งก่อนนำมาส่งคืนให้ *** แต่เกิดเรื่องราวชวนสงสัยขึ้น เมื่อผู้โดยสารรายนี้ตรวจสอบเครื่องเพชรที่บรรจุไว้ในกระเป๋าใบนี้กลับไม่พบ ต้องประสานเจ้าหน้าที่สายการบินอยู่นาน กระทั่งได้รับแจ้งว่าเครื่องเพชรตกอยู่ที่แผนกสแกน ตกได้อย่างไรเครื่องเพชรเก็บไว้ในกระเป๋า ซึ่งปิดไว้อย่างดี “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” รมว.คมนาคม ซึ่งกำกับดูแล ทอท.น่าจะต้องรีบหาคำตอบให้หายสงสัย



