
ฝนตกมามีของกิน
ฝนตกมามีของกิน : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา
เพลง “อีสานบ้านเฮา” หรือ “อีสานบ้านของเฮา” ซึ่งประพันธ์โดยครูเพลงผู้ยิ่งยงแห่งลุ่มน้ำมูล พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา มักถูกเรียกกันเล่นๆ ว่า เพลงชาติอีสาน เหตุเพราะเป็นเพลงที่ใครๆ ก็ต้องได้ยิน รู้จักและร้องได้ ยิ่งในหมู่นักร้องมืออาชีพลูกอีสาน มักจะนำเพลงนี้มาร้องกันอยู่เสมอ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เพลงอีสานบ้านเฮาเป็นเพลงที่พูดถึงวิถีความเป็นอยู่ของคนอีสานได้อย่างลึกซึ้งถึงแก่น
หลายวันมานี้คนอีสานทั้งภาคได้ยิ้มออก เพราะฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง บรรยากาศของฤดูฝนคล้ายจะหวนกลับมาอย่างแท้จริง แม้ว่าจะไม่ชุกเหมือนปีก่อน แต่ก็ดีกว่าภาคกลางหลายจังหวัด ที่ป่านนี้ยังแล้งไม่หาย พอฝนตกมาอะไรๆ ก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น เหมือนเนื้อเพลงตอนหนึ่งของอีสานบ้านเฮา ที่ว่า
"หมู่หญ้าตีนกับแก ถูกฝนแลเขียวตระการ ควายทุยเสร็จจากงาน เล็มหญ้าอ่อนตามคันนา รุ่งแจ้งพอพุ่มพู ตื่นเช้าตรู่รีบออกมา เร่งรุดไถฮุดนา รีบนำฟ้าฟ่าวนำฝน"
มันเป็นอย่างนี้จริงๆ ครูพงษ์ศักดิ์ผู้ประพันธ์เพลงนี้ท่านเป็นคนอุบลราชธานี เป็นลูกอีสานขนานแท้ มองเห็นอย่างถ่องแท้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างดินฟ้าอากาศกับสภาพความเป็นไปของสรรพสิ่งและวิถีชีวิตของผู้คน อีสานได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่แห้งแล้ง ขาดพร่องในแทบทุกด้าน คนอีสานจึงต้องปรับตัวให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของสิ่งแวดล้อม คืออัตลักษณ์ที่ชัดเจนอันหนึ่งของคนอีสาน
ฝนอีสาน มาไว ไปไว พอฝนลงมาชาวนาก็ต้องรีบทำนาชนิดที่เรียกว่า “รีบนำฟ้า ฟ่าวนำฝน” นั่นแหละครับ ผมสังเกตเห็นว่า ก่อนฝนจะตกชาวนาอีสานจะเตรียมพร้อมสำหรับทำนา พอฝนตกมาไม่กี่ครั้ง ทุ่งนาก็เขียวขจี พอทุ่งนาได้น้ำ ชาวนาก็คอนกล้าเอามาปักดำกันทันที ไม่รู้ว่าไปซุ่มหว่านกล้าไว้ที่ไหน และตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอนอยู่ที่ปักษ์ใต้บ้านเกิด ผมมักไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรกับฤดูฝน เพราะฝนตกมาแทบตลอดปี สภาพธรรมชาติก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างระหว่างหน้าแล้งกับหน้าฝน แต่ในภาคอีสาน เราจะเห็นจุดตัดและจุดเปล่ี่ยนที่ชัดเจนระหว่างการเปลี่ยนช่วงฤดูกาล หน้าแล้งของอีสานอะไรๆ ก็ขาดเขินไปหมด อาหารการกินที่ชาวบ้านหาอยู่หากินตามธรรมชาติแทบจะไม่มีอะไรเลย แต่พอฝนตกลงมา ทุกอย่างก็พลิกฟื้นขึ้นมาแบบหน้ามือเป็นหลังมือ อะไรๆ ที่สูญหายไปจากผืนแผ่นดินและป่าเขาลำเนาทุ่งก็กลับฟื้นคืนมาทันที เหมือนกับที่เนื้อเพลงอีกตอนของ “อีสานบ้านเฮา” ที่ว่า "ธรรมชาติแห่งบ้านนา ฝนตกมามีของกิน"
อยากดูอีสานเขียวต้องไปดูหน้าฝน อยากรู้ว่าอีสานอุดมสมบูรณ์อย่างไร ต้องไปเดินในตลาดสดตอนเช้าๆ เย็นๆ ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความมั่นคงของอาหารในภาคอีสานอยู่ในตลาดสด ไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าเราเดินไปในตลาดสดช่วงหน้าฝนก็จะเห็นได้เลยว่าคนอีสานเขาอยู่กินกันอย่างไร
ผมชอบไปเดินตลาดสดอีสานในช่วงหน้าฝนมากกว่าหน้าแล้ง เพราะมันตื่นตาตื่นใจไปกับผักหญ้าปลาปูที่ชาวบ้านพากันนำมาวางขาย สินค้าเหล่านี้มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด อึ่ง มาจากแม่น้ำและห้วยหนองคลองบึง พืชผักพื้นบ้าน จำพวกผักกะแยง ผักกระโดน ผักเม็ก หน่อไม้ เถาย่านาง ผุดงอกขึ้นมาให้เลือกเก็บมากินมาขาย ทั้งหมดมาจากแผ่นดิน แผ่นดินที่เย็นชุ่มจากน้ำฟ้าน้ำฝน สำหรับคนชนบท น้ำฝนจากฟ้าคือน้ำทิพย์ที่ชุบชูทุกชีวิตอย่างแท้จริง นี่ก็ไม่ต่างจากท้องทุ่งชนบทในภาคอื่นๆ ฝนตกมาก็มีของกินอย่างที่เพลงอีสานบ้านเฮาว่าไว้
คุณภาพพื้นฐานของชีวิตชนบทจึงมาจากความการุญของธรรมชาติ วิถีพึ่งพา พึ่งพิงธรรมชาติ เป็นวิถีแห่งความยั่งยืนโดยแท้ แต่น่าเสียดายที่คนชนบท ชาวนาชาวไร่พากันทำร้ายธรรมชาติอย่างไม่บันยะบันยัง วิถีการผลิตเชิงพาณิชย์ที่ถูกเร่งโดยอุดมการณ์ทุนนิยม และบริโภคนิยม ทำให้เกษตรกรไทยหันหน้าเข้าหาวิถีของ “เกษตรเคมี” จนทำลายสภาพแวดล้อมธรรมชาติไปอย่างรุนแรงและน่ากลัว เรากำลังทำลายพระแม่ธรณีที่โอบอุ้มค้ำจุนเราอย่างไม่ปรานีปราศรัย
หากยังขืนปล่อยให้มีการปล่อยสารเคมีตกค้างให้ทำลายสิ่งมีชีวิตอันเป็น “ของกิน” ของเรากันอยู่แบบนี้ ต่อให้ฝนตกลงมาชุ่มฉ่ำแค่ไหน เราก็คงหาอะไรมากินไม่ได้อีกต่อไป



