คอลัมนิสต์

มาตรฐานของใคร

มาตรฐานของใคร

17 ก.ค. 2558

มาตรฐานของใคร : กระดานความคิด โดยศรายุทธ สายคำมี

           เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสยืนยันว่า ประเทศฝรั่งเศสไม่มีกฎหมายที่เหมือนกับ กฎหมายอาญา มาตรา 112  ที่ไทยมี ก็เลยทำให้ไม่รู้จะดำเนินการส่งผู้ต้องหาที่ทางการไทยบอกว่า ได้กระทำความผิดมาตราที่ว่านั้นมาให้ไทยได้

           เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายจะไม่รับรู้ว่า กฎหมายในแต่ละประเทศนั้นไม่เหมือนกัน และหลายประเทศก็ไม่มีกฎหมายเหมือนมาตรา 112 ที่ไทยมี แต่ประเด็นก็คือ การที่ฝรั่งเศสอนุญาตให้ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงได้มีที่ลี้ภัยนั้น เป็นเรื่องทีี่ทางการไทยจะต้องพูดถึง ทวงถาม

           ไม่ได้หมายความว่า เมื่อไม่มีแล้วจะไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้

           เพราะการขอลี้ภัยทางการเมืองนั้นต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องของการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112

           อีกทั้งยังไม่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไข มาตรา 112

           เพราะการเคลื่อนไหวที่ว่านั้นเป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็น ใครจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่ได้มีความผิด ตราบใดที่ไม่ได้แสดงออกหรือกระทำการอันขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ปัจจุบันยังคงบังคับใช้อยู่

           พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้แยกแยะกลุ่มคนที่ต้องจับตาไว้ถึง 5 กลุ่ม บางกลุ่มก็ได้กระทำผิดจนมีคำสั่งจากศาลมาแล้ว บางกลุ่มก็เข้าข่าย

           ซึ่งก็นับเป็นความพยายามอีกครั้งของ คสช.ที่แสดงให้เห็นว่า เอาจริงเอาจังกับปกป้องสถาบัน หลังจากเรื่องนี้ถูกปล่อยปละละเลยมานาน จนทำให้ผู้คนส่วนหนึ่งกล้าที่จะออกมาเปิดเผยตัวตน และแสดงออกทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย

           อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่ว่าแล้ว ในอีกมุมมองหนึ่งก็ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ ประเทศในทวีปยุโรปจะมาชี้นิ้วสั่งการให้ไทยทำนั่นนี่ตามอำเภอใจไม่ได้แล้ว

           สิ่งที่คุณเรียกร้องจากไทยก็ต้องย้อนถามตัวเองด้วยว่า สิ่งที่ไทยต้องการนั้น คุณได้มอบให้เราแล้วหรือยัง

           สิ่งที่คุณแสดงท่าทีวิตกกังวล จนทำท่าว่าจะงัดมาตรการนั่นนี่ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้านั้น เมื่อเราได้ดำเนินการตามมาตรฐานที่คุณกำหนดแล้ว เมื่อถึงวันที่ต้องพิจารณาคุณก็ควรที่จะทำตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ไม่ใช่หาประเด็นใหม่มากดดันประเทศไทยต่อเนื่อง เพียงเพราะเห็นว่า จังหวะที่ไทยตอบคำถามคนทั่วโลกได้ไม่เต็มปาก เพราะยังอยู่ในช่วงที่ปกครองโดยรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

           แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งทีี่เรียกว่า “มาตรฐาน” ที่ทางประเทศในทวีปยุโรปวางเอาไว้จะถูกเพิกเฉย ตรงกันข้าม รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจนี้ต่างหากที่เร่งมือดำเนินการ โดยเฉพาะ เรื่องประมง ที่แม้จะถูกอียูเตือนมาเนิ่นนาน แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับเพิกเฉย จนอียูต้องให้ใบเหลืองเตือนครั้งสุดท้าย

           ผลกรรมก็เลยมาตกเอารัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจนี้

           แต่การเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานของอียูกลับได้รับการสนองตอบอย่างรวดเร็ว กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่

           นั่นคือสัญญาณที่ทางการไทยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอียู เพื่อให้รู้ว่า แม้ว่าไทยจะอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ แต่ก็อย่าหมายว่า จะมาใช้กำลังบีบกันได้ง่ายๆ

           ตรงกันข้าม ที่อียูกำลังทำอยู่นั้น โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องหาความผิดตาม มาตรา 112 ตามมาตรฐานของไทยแล้วมันใช้ไม่ได้ !