
เตือนนายจ้างคัดกรองรับลูกจ้างทำงาน
เตือนนายจ้างคัดกรองรับลูกจ้างทำงาน หวั่นมิจฉาชีพแฝงตัวเป็นเซลส์ฉกทรัพย์ : สายตรวจระวังภัย นพดล ศรีทวีกาศ
ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองทำให้บรรดานายจ้างต้องเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบและคัดกรองการรับลูกจ้างเข้าทำงานมากขึ้น เพราะมีเหล่า "มิจฉาชีพ" หลากหลายรูปแบบแฝงตัวมาสมัครงาน ซึ่งล่าสุดมีมิจฉาชีพแฝงตัวมาสมัครเป็น "เซลส์" ร้านค้าทอง ก่อนก่อเหตุ "โจรกรรม" กรอบพระเลี่ยมทองจำนวนมาก มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท ขณะนำกรอบพระเหล่านั้นกระจายไปส่งลูกค้าร้านทองตามต่างจังหวัด แต่สุดท้ายหนีไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามติดตามจับกุมได้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.เอื้อการย์ ซาฮี อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทองย่านเสาชิงช้า ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ติดตามจับกุมลูกจ้างหนุ่ม ซึ่งเป็นเซลส์ของร้านที่ยักยอกทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลไป กระทั่ง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. สั่งการให้ บก.ป.เร่งรัดดำเนินการ นำโดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป. จนในที่สุดสามารถจับกุม นายปุณณวิทย์ ชะตารุ่ง หรือตั้ม อายุ 30 ปี ชาว จ.ราชบุรี ที่ก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้าง เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก และหมายจับศาลแขวงจังหวัดนครปฐม ในฐานความผิด "ยักยอกทรัพย์" พร้อมของกลางทองคำก้อน 99 เปอร์เซ็นต์ กรอบพระเลี่ยมทอง และต่างหูทอง รวมมูลค่า 15 ล้านบาท
พ.ต.อ.กรไชย เปิดเผยว่า สำหรับนายปุณณวิทย์ เป็นพนักงานขายทอง หรือเซลส์ ได้มอบหมายให้ผู้ต้องหาพร้อมกับพนักงานขาย 3 คน นำไปขายให้ร้านทองตามจังหวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งระหว่างที่แวะจอดรถโอนเงินค่าขายทองจำนวนหนึ่งให้แก่เจ้าของร้านที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก นั้น ผู้ต้องหาได้อาศัยจังหวะที่พนักงานขับรถเข้าห้องน้ำ แอบนำกุญแจสำรองไปเปิดรถและขับรถยนต์ของกลางพร้อมถุงทองคำหลบหนีไป ก่อนจะนำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ พิษณุโลก แล้วโดยสารรถไฟหลบหนีกลับเข้ากรุงเทพมหานคร จากนั้นมาเช่าบ้านพักอยู่ภายในซอยมหาดไทย ย่านรามคำแหง เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมมาดำเนินคดี
คำสารภาพของผู้ต้องหาหนุ่มคนนี้ บอกว่า อาศัยความไว้วางใจจากเจ้าของร้าน ที่ให้นำทองไปขายให้แก่ลูกค้าที่เป็นร้านทองตามต่างจังหวัด โดยระหว่างที่เดินทางนำทองไปกระจายให้แก่ลูกค้าร้านทองนั้นก็เกิดความโลภ "วิญญาณผีพนันเข้าสิง" อยากได้เงินไปเล่นไพ่บัคคาร่าออนไลน์ และแทงพนันฟุตบอลออนไลน์ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ "เชิดทอง" ที่นายจ้างอุตส่าห์ไว้วางใจไปจนเกลี้ยง จากนั้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงหลอมทองคำทางอินเทอร์เน็ต จึงรู้ว่ามี "โรงหลอมทองคำเถื่อน" อยู่ย่านบางขุนเทียน จึงทยอยนำทองที่ได้มาเอาไปแปรสภาพหลอมเป็นทองคำก้อนบริสุทธิ์ ก่อนจะนำไปขายต่อให้โรงรับจำนำย่านมีนบุรี สุขุมวิท และลาดพร้าว ได้เงินกว่า 3 แสนบาท
เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาหนุ่มรายนี้พบว่า ไม่ธรรมดา ก่อเหตุ "โชกโชน" ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ โดยจะทำทีไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ที่ประกาศรับสมัครงานผ่านเว็บไซต์ และจะเลือกเจาะจงเป็นพนักงานขายของบริษัท หรือห้างร้านต่างๆ ก่อนจะหาจังหวะยักยอกทรัพย์สินของนายจ้างแล้วหลบหนี ซึ่งก่อนก่อเหตุยักยอกทองคำ พบว่า ไปสมัครงานเป็นพนักงานขายของบริษัททรู ที่ จ.นครปฐม ก่อนที่จะขโมยโทรศัพท์มือถือมูลค่ากว่า 4 แสนบาทไป กระทั่งถูกออกหมายจับจากศาลแขวงจังหวัดนครปฐม
พ.ต.อ.กรไชย ยังฝากเตือนถึงเจ้าของร้านทอง หรือผู้ประกอบการต่างๆ ควรตรวจสอบประวัติก่อนรับลูกจ้างเข้าทำงานให้ดี โดยสามารถขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบประวัติว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับหรือไม่ ซึ่งจะเห็นว่าพฤติกรรมของคนร้ายไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจของเจ้าของร้าน และพูดจาดีจนเกิดความสนิทสนม ก่อนหาโอกาสลักทรัพย์นายจ้างไป นับว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง



