
ประชาชนกับการกระจายอำนาจ
ประชาชนกับการกระจายอำนาจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ก.ค.2558
นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายแก่คณะกรรมการบริหารสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยถึงความสำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ต้องร่วมมือแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง ต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่นักการเมือง หรือเป็นหัวคะแนนหรือผู้มีอิทธิพล แต่ต้องทำบทบาทของตัวเองในการเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาคที่ดีให้ได้ วันนี้ทุกคนต้องลืมภาพเก่าแล้วมาร่วมกันสร้างประเทศใหม่ สิ่งสำคัญคือ สร้างความรับรู้และความเข้าใจ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายขึ้นมา นายกรัฐมนตรียืนยันยังไม่มีการยุบองค์กรปกครองท้องถิ่นในส่วนนี้ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูป แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงานยึดประชาชนเป็นหลัก
การเคลื่อนไหวของกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านมีมาตลอด นับแต่มีการนำเสนอในเรื่องปรับโครงสร้าง วิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยรวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อคัดค้านกรณีการร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 (3) มาตรา 284 (5) และมาตรา 285 เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดหรือจังหวัดจัดการตนเอง โดยระบุเหตุผลว่า จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความแตกแยกไม่เป็นปึกแผ่น พร้อมทั้งบอกด้วยว่า หากการเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง จะมีสมาชิกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศเข้ายื่นหนังสือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับมาตราดังกล่าวที่มีการทักท้วงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการกระจายอำนาจและหน้าที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น โดยให้มีองค์กรบริการการพัฒนาภาคทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดต่างๆ กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำแผนพัฒนาที่สอดรับกับแผนพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ให้ตรากฎหมายจัดให้มีกลไกที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดให้เสร็จสมบูรณ์ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และให้มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจแห่งชาติ ประกอบด้วยผู้แทนจากราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากสมัชชาพลเมือง ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการเสริมบทบาทภาคประชาชนให้เชื่อมโยงกับระบบบริหารท้องถิ่น
แนวคิด “จังหวัดจัดการตนเอง” เริ่มขึ้นเมื่อประมาณปี 2551 จากการนำแนวคิด “การพึ่งตนเอง” ในเรื่องเกษตรชุมชน ร่วมกับนำบทเรียนวิกฤติการเมืองในช่วงปี 2547-2549 เข้ามาพูดคุยในเวทีย่อยๆ ของภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งองค์กรด้านพัฒนาสังคม ต่อมามีการทำวิจัย ถอดองค์ความรู้และทำโครงการนำร่อง จนในปี 2554 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ (คปร.) ที่มี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ได้เสนอเรื่องเข้าสู่สำนักงานปฏิรูป หรือ สปร. เพราะมีแนวทางสอดคล้องและเป็นช่องทางปฏิรูปประเทศ เมื่อแนวคิดถูกผนวกใส่ในร่างรัฐธรรมนูญด้วยหลักการประชาชนเป็นใหญ่ จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องเข้าใจและตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมาย



