คอลัมนิสต์

ตร.ภาค5ตั้งด่านกดดันขบวนค้ายาฯเปลี่ยนเส้นทางข้ามเขามุ่งอีสาน

ตร.ภาค5ตั้งด่านกดดันขบวนค้ายาฯเปลี่ยนเส้นทางข้ามเขามุ่งอีสาน

16 ก.ค. 2558

ตร.ภาค5ตั้งด่านกดดันขบวนค้ายาฯเปลี่ยนเส้นทางข้ามเขามุ่งภาคอีสาน : สายตรวจระวังภัย โดยปฎิญญา ศรีสุภมาตุ

              ปัจจุบันปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญบั่นทอนประเทศ มอมเมาประชาชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการตรวจสกัดอย่างเข้มข้น มีผลการดำเนินการจับกุมขบวนการลำเลียงรายใหญ่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ก็ชื่นชมผลการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจภาคเหนือภายใต้การดูแลของตำรวจภูธรภาค 5 ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ทำให้ขบวนการบางส่วนมีการเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงไปยังพื้นที่อื่น

              พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากความเข้มแข็ง ซึ่งเกิดจากความชำนาญ และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ภาคเหนือ ในเรื่องการสกัดกั้นยาเสพติด กระทั่งปัจจุบันขบวนการค้าและลำเลียงยาเสพติดมีการเปลี่ยนเส้นทางการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจำนวนมาก โดยจากการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในหลายครั้ง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า จำเป็นต้องขนยาเสพติดผ่านมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทน เนื่องจากเกรงกลัวความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาคเหนือ ที่มีทักษะและประสบการณ์สูง

              "ที่ผ่านมาภาคเหนือเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านจุดตรวจสกัดต่างๆ ในพื้นที่จุดสำคัญที่ขบวนการลำเลียงยาเสพติดต้องผ่าน มีประสบการณ์ในการจับพิรุธและอาการที่ผิดสังเกตได้อย่างแม่นยำ จากการซักถาม เวลาที่ขับรถผ่านเข้ามายังจุดตรวจสกัด ดังนั้นโดยส่วนมากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่าน เมื่อได้พบกับคนที่ขนสิ่งผิดกฎหมาย จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าภายในรถจะต้องมีสิ่งผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อขอตรวจค้นก็มักจะพบว่ามีจริง ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดหรือวัตถุหนีกฎหมาย" พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ระบุ

              พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ระบุอีกว่า แม้การลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศไทย โดยใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากต้องลัดเลาะภูเขา ที่ใช้ระยะทางอ้อมกว่า ทำให้เสียเวลาในการขนมากกว่า แต่ก็พบว่าปลอดภัยกว่าการลำเลียงเข้ามาทางภาคเหนือ เพราะจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพลิกแพลงซุกซ่อน หรือใช้วิธีการในรูปแบบใดก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงสายตาตำรวจในภาคเหนือไปได้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้หย่อนกำลัง หรือลดมาตรการตรวจสอบ สกัดกั้นยาเสพติดแต่อย่างใด แต่ยังมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เนื่องจากบรรดาอาชญากร ก็มักจะมีการหากลยุทธ์ในการหลบเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ในรูปแบบแปลกใหม่ให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากทราบว่ายังเหลือยาบ้าอีกกว่า 100 ล้านเม็ด บริเวณชายแดนรอที่จะลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย ที่สำคัญประเทศเพื่อนบ้านยังมีปัญหาชนกลุ่มน้อย จึงยังจำเป็นต้องผลิตยาเสพติดเพื่อเป็นรายได้ในการเพิ่มกำลังอาวุธสู้รบ ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ยาบ้าเฟื่องฟูที่สุด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยกลับมีปัญหายาบ้าน้อยจนแทบจะไม่มี

              ขณะเดียวกัน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการทุกมาตรการ ในการตัดทอน และกดดัน บรรดาผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะมาตรการยึดทรัพย์ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยมีการขยายผลจากการสืบเส้นทางการเงินเพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการ เครือข่าย และผู้สมรู้ร่วมคิด ทำให้มีการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ายานรกได้อย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นยังพบว่า หลายครั้งบรรดาผู้ค้า หรือนายทุน มีการเล่นแร่แปรธาตุในการนำสินค้าไปแลกยาบ้าแทนเงินสด หรือมีธุรกิจค้าผลไม้ชายแดนบังหน้า ทำให้การตรวจสอบยังค่อนข้างลำบาก