คอลัมนิสต์

คสช.เชิญ‘คนนอก’(ออกทีวี)ดู‘คนใน’รึยัง?

คสช.เชิญ‘คนนอก’(ออกทีวี)ดู‘คนใน’รึยัง?

15 ก.ค. 2558

คสช.เชิญ‘คนนอก’(ออกทีวี)ดู‘คนใน’รึยัง? : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง (@jeerapong_nna) สำนักข่าวเนชั่น

               ได้เห็นความพยายามของ คสช.และรัฐบาลในการเปิดโอกาส เปิดช่องทางให้ “คู่ขัดแย้ง” ในทางการเมืองได้มาออกรายการทีวี ที่ชื่อรายการว่า “ปฏิรูปประเทศ” เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ

               เป้าหมายใหญ่โฟกัสไปที่การเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” มาออกรายการนี้ให้ได้ ตามไอเดียของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)

               โดยในฝ่ายของอดีตนายกฯ ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์มาอัดเทปร่วมรายการเรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และจะออกอากาศคืนนี้ (15 ก.ค.) ขณะที่อดีตนายกฯ หญิงฝั่งพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นเจ้าตัวออกมาตอบรับหรือปฏิเสธ มีเพียงการให้ข่าวจากบุคคลใกล้ชิดในพรรคว่าคงไม่มาร่วมรายการดังกล่าว

               สิ่งที่ได้เห็นจากความพยายามการจับคู่ขัดแย้งมาออกทีวีครั้งนี้ของคสช.และรัฐบาล สามารถมองทะลุไปถึงวิธีการคิดโปรเจกท์งานของ “ทีมพีอาร์” ของ คสช.และรัฐบาลที่เป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์รายการให้ทั้ง “รายการคืนความสุขฯ”  “รายการเดินหน้าประเทศไทย” และ “รายการปฏิรูปประเทศ” ที่มีความพยายามในการปรับลูกเล่นกลยุทธ์ของรายการให้ไม่แน่นิ่งอยู่กับรูปแบบรายการเดิมๆ นานจนเกินไป เพราะส่งผลกระทบกับเรตติ้งจำนวนผู้ชมรายการที่อาจจะเบื่อกับการชมอะไรเดิมๆ

               ดังจะเห็นได้จากรายการคืนความสุขฯ ที่ฉายทุกคืนวันศุกร์ และฉายซ้ำอีกครั้งช่วงเช้าวันเสาร์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ปรับตัวตลอด ทั้งการเปลี่ยนฉากรายการ การเปลี่ยนเสื้อผ้าของนายกฯ และยังเพิ่มช่วงให้มีบรรดารัฐมนตรีมาพูดถึงผลงานตัวเองบ้าง

               ขณะที่รายการเดินหน้าประเทศไทย หลังจากฉายหลังเคารพธงชาติเวลา 18.00 น. ก็มีการปรับตัวตลอดเวลาเช่นกัน ในการจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นร้อนที่อยู่ในกระแสมานั่งพูดคุย ปรับตัวพิธีกร อย่างเช่น เปลี่ยนจากพิธีกรมืออาชีพไปเป็น รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นพิธีกร นั่งสัมภาษณ์รัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ หรือ อธิบดีกรมสารนิเทศเป็นพิธีกร สัมภาษณ์ รมช.ต่างประเทศ ฯลฯ หรือล่าสุดก็เชิญบุคคลที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแต่อยู่ในความสนใจ อย่าง “ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาพูดถึงเรื่องการทำทีมฟุตบอล

               ทั้งหลายทั้งมวลก็เป็นความพยายามในหาลูกเล่นเพื่อการรักษา หรือ “ประคอง” เรตติ้งของรายการของรัฐบาลและ คสช.ให้คนดูไม่เบื่อกับรูปแบบรายการแบบเดิมๆ

               ทั้งนี้ทั้งนั้นทีมพีอาร์ของรัฐบาลและคสช.เองก็ยอมรับสภาพ เข้าใจว่าเรตติ้งรายการต่างๆ ที่มีในมือก็ไม่ได้มีจำนวนผู้ชมมากมายมหาศาลเหมือนกับรายการประเภทละคร วาไรตี้ หรือเกมโชว์ เพราะถ้าคนไม่ดูก็คือคนที่ไม่ดู ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ และมีสองอย่างที่ทำคือ “ปิดเสียงทีวี” กับ “ปิดทีวี” รอรายการจบ ซึ่งนั่นเป็นปัญหาที่ทีมพีอาร์เข้าใจและยอมรับว่าเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมไม่ได้ด้วยปัจจัยหลายอย่าง

               ทว่าสิ่งที่ทีมพีอาร์มองว่าเป็นปัญหาคือ การตีโจทย์ว่าช่วงนั้นน่าจะทำประเด็นอะไร แล้วเชิญบุคคลระดับรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงเรื่องนั้นๆ บางคนถึงกับต้อง “เข็นมาออกทีวี” ก็มี เพราะกว่าจะเชิญมาได้ กว่าจะตอบรับ หรือมาแล้วกว่าจะพูดได้แต่ละประโยค เพราะเป็นคนพูดน้อย ก็ต้องลุ้นทำเอาหมดพลังไปไม่น้อย แต่ก็ยังดีที่มา

               และยังมีรัฐมนตรีบางกระทรวงที่เจ้าตัวไม่มาออกรายการตามที่เชิญ และมอบหมายให้คนอื่นมาแทนทุกครั้ง ซึ่งอันนี้ทีมพีอาร์ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ได้แต่หวังว่า “พล.อ.ประยุทธ์” จะช่วยสะกิดใน ครม.ว่าให้รัฐมนตรีทุกคนให้ความร่วมมือในการออกรายการทีวีชี้แจงผลงานด้วย

               เพราะเรื่องการขอความร่วมมือ ครม.ในการช่วยชี้แจงการทำงานนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่พูดและสั่งการอยู่เรื่อยๆ จนปากเปียกปากแฉะ แต่ใครจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติหรือไม่ก็ลองติดตามกันเอง

               เพราะนี่เป็นแค่เสียงสะท้อนจากทีมพีอาร์ผลงานให้ คสช.และรัฐบาล!!