คอลัมนิสต์

รัฐบาลแห่งชาติกับนายกฯคนนอก

รัฐบาลแห่งชาติกับนายกฯคนนอก

14 ก.ค. 2558

รัฐบาลแห่งชาติกับนายกฯคนนอก : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               ถ้าหากย้อนกลับไปดู “วิธีการ” ของ คสช.ที่ขับเคลื่อนผ่านรัฐบาล โดย วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่จะคอยมาคัดท้าย ตบให้แต่ละความเห็นเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็น่าจะพอเข้าใจว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” มีที่มาที่ไปอย่างไร

               ความพยายามปฏิรูปประเทศด้วยแนวทางที่สุดลิ่มทิ่มประตู จนบางเรื่องแทบจะหามนุษย์เดินดินมาทำหน้าที่ไม่ได้ ก็เคยทำให้ วิษณุ ต้องออกมาชี้แจงแถลงไขมาหลายหนแล้ว

               ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มาบอกว่า “ลงเรือแป๊ะ ก็ต้องตามใจแป๊ะ” เพื่อให้สุ้มเสียงที่เริ่มจะบรรเจิดเพริศแพร้ว ไปไกลเกินเสียงกู่ ให้กลับมาดูความเป็นจริงว่า กำลังอยู่ในสภาวะไหน

               อยู่ในสภาวะบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ให้ความเห็นกันอย่างอิสรเสรี หรือว่าวันนี้อยู่ภายใต้การนำของทหาร

               อีกหนก็เป็นเรื่องของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่แต่ละคนก็งัดเอาความรู้บวกกับความฝันใส่เข้าไปกันอย่างเต็มที่ว่า ประเทศชาติในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร

               ปัญหาก็คือ “ยูโธเปีย” เมืองในฝันที่ว่านั้นดันมีหลายเมือง เพราะมีหลายคน

               “เหาะเหินเกินกรุงลงกา” ก็เป็นคำอธิบายอีกครั้ง ของ วิษณุ

               แต่ละช่วงแต่ละจังหวะที่ออกมา ดูเหมือนจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือช่วงที่มีการส่งไม้ให้อีกคนอีกกลุ่มได้วิ่งต่อ

               และช่วงนั้นก็เป็นจังหวะที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องรับฟังข้อเสนอของแม่น้ำสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สปช. สนช. ครม. รวมทั้งจากพรรคการเมืองแล้วนำไปพิจารณาปรับแก้ เพื่อให้เข้ากับ “ความจริง” ที่เป็นอยู่

               เพื่อให้ได้ “ยูโธเปีย” ที่จับต้องได้

               กระแส “รัฐบาลแห่งชาติ” นี่ก็ไม่ต่างกัน !

               จากที่ก่อนหน้านั้นคุยกันว่า อยากให้มีรัฐบาลผสมที่เข้มแข็ง แต่ไม่อยากได้รัฐบาลผสมที่มีพรรคที่สามเป็นพรรคตัวแปร ขณะเดียวกันก็ไม่อยากได้พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง มีผู้นำพรรคที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนเมื่อครั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

               ก็เลยมีข้อเสนอว่า น่าจะให้พรรคที่ได้รับเลือกอันดับ 1 และ 2 จับมือกันตั้งรัฐบาล

               แต่นั่นเป็นเพียงแค่แนวคิด ที่ดูจากความเป็นจริงแล้วไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ขีดเส้นให้เดินอย่างรัดกุมแค่ไหน แต่ถึงกระนั้น ถ้ามีการจับมือกันตั้งรัฐบาลได้ ก็น่าจะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราวเท่านั้น

               เพราะจะกลายเป็นรัฐบาลที่เรียกได้ว่า มีเอกภาพแขวนอยู่บนเส้นด้าย

               นั่นก็เพราะความเพลี่ยงพล้ำของพรรคอันดับ 1 จะเป็นผลกำไรให้พรรคอันดับ 2 ได้เก็บเกี่ยว

               ใครที่ติดว่า นักการเมืองในยุคหลัง คสช. จะเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม พร้อมที่จะปรองดองเพื่อชาติละก็...ตื่นจากฝันได้แล้ว!

               เพราะความจริงในวันนี้ แค่ให้ทุกฝ่ายยอมรับในกติการ่วมกันให้ได้เท่านี้ก็นับว่าเกินพอแล้ว

               นั่นก็หมายความว่า รัฐบาลแห่งชาติภายใต้การขับเคลื่อนของนักการเมืองก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกินจริงด้วยเช่นกัน

               แต่สิ่งที่จะมีขึ้นแน่ๆ ก็คือ นายกฯ จากคนนอก ที่ยินยอมแก้ไข ลดแรงเสียดสีจากการโหวตเลือกในสภาโดยใช้เสีนงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ปรับให้เป็นใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกในที่ประชุมสภา

               เสียง 2 ใน 3 นั้น อาจจะดูว่ายาก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูวันโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา เป็นนายกฯ วันนั้นก็จะรู้ว่า เอาเข้าจริงมันไม่มีอะไรยาก

               ข่าวลือที่ว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติน่าจะเป็นเรื่องยากที่จะเกิด แต่มีแนวโน้มว่าปลายทางของข่าวลือที่ว่านั้น จะนำไปสู่การได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกนี่สิ... ของจริง