
รัฐบาลแห่งชาติกับนายกฯคนนอก
รัฐบาลแห่งชาติกับนายกฯคนนอก : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถ้าหากย้อนกลับไปดู “วิธีการ” ของ คสช.ที่ขับเคลื่อนผ่านรัฐบาล โดย วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่จะคอยมาคัดท้าย ตบให้แต่ละความเห็นเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็น่าจะพอเข้าใจว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” มีที่มาที่ไปอย่างไร
ความพยายามปฏิรูปประเทศด้วยแนวทางที่สุดลิ่มทิ่มประตู จนบางเรื่องแทบจะหามนุษย์เดินดินมาทำหน้าที่ไม่ได้ ก็เคยทำให้ วิษณุ ต้องออกมาชี้แจงแถลงไขมาหลายหนแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มาบอกว่า “ลงเรือแป๊ะ ก็ต้องตามใจแป๊ะ” เพื่อให้สุ้มเสียงที่เริ่มจะบรรเจิดเพริศแพร้ว ไปไกลเกินเสียงกู่ ให้กลับมาดูความเป็นจริงว่า กำลังอยู่ในสภาวะไหน
อยู่ในสภาวะบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ให้ความเห็นกันอย่างอิสรเสรี หรือว่าวันนี้อยู่ภายใต้การนำของทหาร
อีกหนก็เป็นเรื่องของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่แต่ละคนก็งัดเอาความรู้บวกกับความฝันใส่เข้าไปกันอย่างเต็มที่ว่า ประเทศชาติในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร
ปัญหาก็คือ “ยูโธเปีย” เมืองในฝันที่ว่านั้นดันมีหลายเมือง เพราะมีหลายคน
“เหาะเหินเกินกรุงลงกา” ก็เป็นคำอธิบายอีกครั้ง ของ วิษณุ
แต่ละช่วงแต่ละจังหวะที่ออกมา ดูเหมือนจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือช่วงที่มีการส่งไม้ให้อีกคนอีกกลุ่มได้วิ่งต่อ
และช่วงนั้นก็เป็นจังหวะที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องรับฟังข้อเสนอของแม่น้ำสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สปช. สนช. ครม. รวมทั้งจากพรรคการเมืองแล้วนำไปพิจารณาปรับแก้ เพื่อให้เข้ากับ “ความจริง” ที่เป็นอยู่
เพื่อให้ได้ “ยูโธเปีย” ที่จับต้องได้
กระแส “รัฐบาลแห่งชาติ” นี่ก็ไม่ต่างกัน !
จากที่ก่อนหน้านั้นคุยกันว่า อยากให้มีรัฐบาลผสมที่เข้มแข็ง แต่ไม่อยากได้รัฐบาลผสมที่มีพรรคที่สามเป็นพรรคตัวแปร ขณะเดียวกันก็ไม่อยากได้พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง มีผู้นำพรรคที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนเมื่อครั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ก็เลยมีข้อเสนอว่า น่าจะให้พรรคที่ได้รับเลือกอันดับ 1 และ 2 จับมือกันตั้งรัฐบาล
แต่นั่นเป็นเพียงแค่แนวคิด ที่ดูจากความเป็นจริงแล้วไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ขีดเส้นให้เดินอย่างรัดกุมแค่ไหน แต่ถึงกระนั้น ถ้ามีการจับมือกันตั้งรัฐบาลได้ ก็น่าจะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราวเท่านั้น
เพราะจะกลายเป็นรัฐบาลที่เรียกได้ว่า มีเอกภาพแขวนอยู่บนเส้นด้าย
นั่นก็เพราะความเพลี่ยงพล้ำของพรรคอันดับ 1 จะเป็นผลกำไรให้พรรคอันดับ 2 ได้เก็บเกี่ยว
ใครที่ติดว่า นักการเมืองในยุคหลัง คสช. จะเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม พร้อมที่จะปรองดองเพื่อชาติละก็...ตื่นจากฝันได้แล้ว!
เพราะความจริงในวันนี้ แค่ให้ทุกฝ่ายยอมรับในกติการ่วมกันให้ได้เท่านี้ก็นับว่าเกินพอแล้ว
นั่นก็หมายความว่า รัฐบาลแห่งชาติภายใต้การขับเคลื่อนของนักการเมืองก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกินจริงด้วยเช่นกัน
แต่สิ่งที่จะมีขึ้นแน่ๆ ก็คือ นายกฯ จากคนนอก ที่ยินยอมแก้ไข ลดแรงเสียดสีจากการโหวตเลือกในสภาโดยใช้เสีนงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ปรับให้เป็นใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกในที่ประชุมสภา
เสียง 2 ใน 3 นั้น อาจจะดูว่ายาก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูวันโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา เป็นนายกฯ วันนั้นก็จะรู้ว่า เอาเข้าจริงมันไม่มีอะไรยาก
ข่าวลือที่ว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติน่าจะเป็นเรื่องยากที่จะเกิด แต่มีแนวโน้มว่าปลายทางของข่าวลือที่ว่านั้น จะนำไปสู่การได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกนี่สิ... ของจริง



