คอลัมนิสต์

ไทย-เวียดนามหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไร้เทียมทาน

ไทย-เวียดนามหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไร้เทียมทาน

14 ก.ค. 2558

ไทย-เวียดนามหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไร้เทียมทาน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

               คณะรัฐมนตรีไทย-เวียดนามจะประชุมร่วมครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 23-24 กรกฎาคม ถือเป็นครั้งสำคัญที่ทั้งสองคู่อริในอดีตจะเสริมสร้างเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในพื้นแผ่นดินใหญ่ในเอเชียอาคเนย์ ก่อนมีข้อตกลงสันติภาพกัมพูชาในปี 1992 ที่กรุงปารีส ไทยยังระแวงและถือเวียดนามเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง หลังจากนั้นสัมพันธไมตรีเริ่มดีขึ้น จนกลายเป็นเพื่อนซี้คนใหม่

               ตามจริง ทั้งสองประเทศไม่มีปัญหาทวิภาคีที่ทำให้ปวดหัว ต้องนับว่าสัมพันธ์ไทย-เวียดนามดีมากๆ กว่าทุกประเทศในอาเซียน ขณะนี้ เวียดนามกำลังมาแรง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นประเทศมีรายได้ระดับกลางให้ได้โดยเร็ว

               ที่น่าสนใจคือ เวียดนามมีข้อตกลงเสรีการค้าทั่วโลก ล่าสุดมีกับสหภาพยูเรเซีย มีรัสเซียเป็นโต้โผกับประเทศในเอเชีียกลาง และตอนนี้กำลังเจรจาเขตการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี กับอีกสิบประเทศซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นเสาหลัก (ไทยชักเข้าชักออก เพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจ) ทำให้ศักยภาพของเวียดนามในเวทีการค้าโลกนั้นสูงกว่าไทย ฉะนั้นถ้าสองประเทศนี้ร่วมมือกันสามารถพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจทั้งในกรอบอาเซียนและเวทีการค้าระหว่างประเทศ

               ในปีหน้าจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี สัมพันธ์การทูตไทย-เวียดนาม เป็นโอกาสดีที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะเสริมสร้างความร่วมมือในรูปแบบใหม่ ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคและการเมืองโลก ในฐานะที่ไทยและเวียดนามมีจำนวนประชากรในระดับพอๆ กันคือ 67 ล้านกับ 90 ล้าน และมีพื้นที่ประเทศขนาดพอๆ กัน ถึงแม้ว่าเวียดนามจะใหญ่กว่าไทย ทั้งคู่เห็นความสำคัญของการร่วมมือทางด้านยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมด้านนี้ให้มีความสมดุลและมั่นคงเพื่อไม่ให้มหาอำนาจใดๆ เข้ามาครอบครองเจ้าเดียวได้ในภูมิภาค

               ทั้งสองประเทศเข้าใจประเด็นนี้ได้ดี จึงไม่แปลกที่ผ่านมาเวียดนามและไทยได้ร่วมมือช่วยกันพัฒนาลาวและกัมพูชาที่มีประวัติศาสตร์อันใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองให้มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแบบบูรณาการ

               เวียดนามมีสัมพันธ์พิเศษกับกัมพูชาและลาว เพราะเคยมีระบอบการเมืองเหมือนกัน ที่ผ่านมา กัมพูชามักมีเรื่องทะเลาะกับเวียดนามในปัญหาเขตแดนและสถานภาพชาวเวียดนามโพ้นทะเลอาศัยอยู่ในกัมพูชา

               มิตรภาพกับลาว เวียดนามต้องระมัดระวังมาก เพราะขณะนี้ลาวมีจีนมาเป็นประเทศทางเลือกทั้งการทูตและเศรษฐกิจพร้อมเงินช่วยเหลือมากมาย ในนครเวียงจันทน์ นักลงทุนจีนกำลังเข้ามาแทนที่ของเวียดนามอย่างรวดเร็ว พื้นดินทำเลดีกลางเมืองหลวงที่เคยเป็นของเวียดนาม ตอนนี้ได้เปลี่ยนมือเจ้าของเรียบร้อยแล้ว

               ส่วนไทยนั้นรู้กันดี สัมพันธ์กับกัมพูชามีลักษณะที่คล้ายกับสัมพันธ์เวียดนามกับกัมพูชา มักตกเป็นจำเลยการเมืองภายในกัมพูชาที่ชอบหยิบยกเอาเรื่องการปักปันชายแดนมาเป็นประเด็นหลักในการต่อรอง

               ส่วนสัมพันธ์ไทยกับลาวช่วงนี้ไม่ดี รัฐบาลไทยเห็นว่ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลอาศัยอยู่ในลาวถึง 16 คนและทางลาวยังไม่ได้ให้ความร่วมมือ สร้างความระแวงขึ้นในไทยทันที ในอดีตรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไทยช่วยเหลือเรื่องชาวลี้ภัยม้งให้กลับถิ่นฐานในลาวหลังจากคั่งค้างมาเกือบ 30 ปี ถูกประชาคมโลกต่อว่าไร้มนุษยธรรม แต่ไทยก็ยอมทำ

               จึงไม่แปลกใจนอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจ อนาคตความร่วมมือและสัมพันธ์ไทย-เวียดนามจะมีเข็มหมุดปักอยู่ในประเด็นความมั่นคงพอสมควรมุ่งเน้นทางทะเลด้วย ซึ่งรวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติและต่อต้านกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามประเทศ

               ส่วนเรื่องข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ เวียดนามชื่นชมบทบาทไทยในฐานะเป็นผู้ประสานงานสัมพันธ์อาเซียน-จีนทำให้การเจรจากับจีนเป็นไปด้วยดี เพื่อให้บรรลุถึงร่างแผนปฏิบัติงานในทะเลจีนใต้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ประเด็นการเชื่อมโยงทั้งสองประเทศสำคัญมาก ต้องผ่านลาวและกัมพูชา ทั้งทางบกและการเดินเรือเลาะตามชายฝั่งทะเลกำลังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่อาจจะมีการตกลงในการพบปะครั้งนี้

               ทางด้านการค้า โอกาสที่จะเพิ่มปริมาณมีมาก ปีที่แล้วทั้งสองฝ่ายคาดไว้ว่าคุณค่าสินค้าในปี 2020 อาจจะสูงขึ้นถึงระดับ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่าต้องซื้อขายมากกว่านี้ และบริษัทไทยลงทุนในเวียดนามต้องมีมากขึ้น ขณะนี้บริษัทพีทีทีและบริษัทกฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนลมีการลงทุนและร่วมพัฒนาพลังงาน