
บทถนัด:กระดานความคิด
บทถนัด : กระดานความคิด โดยน้ำเชี่ยว บูรพา
เรื่องของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ระหว่างการลุ้นระทึกกับแผนฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งของ “คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ” หรือ “ซูเปอร์บอร์ด” หลังจากกินบุญเก่าจากค่าต๋งสัมปทานมานานและกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
แม้หลายฝ่ายจะแสดงความกังวลต่ออนาคตองค์กรนี้ เพราะแม้จะได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี มาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจะนำคลื่นความถี่ที่ถือเป็นขุมทรัพย์แห่งทศวรรษนี้ไปแสวงหาประโยชน์ หรือสร้างมูลค่าเพิ่มใดๆ ให้แก่องค์กรได้
แผนลงทุนขยายเครือข่าย 3จี และแสวงหาพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมให้บริการโครงข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) ก็ ”แป๊ก” เปิดโครงการอินเทอร์เน็ตควาสมเร็วสูง เอดีเอสแอล โครงการไอพีทีวี รุกธุรกิจสื่อสารไร้สายอะไรต่อมิอะไรมาก่อนใคร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดีดังหวัง
ขณะแผนโครงสร้างองค์กรและแสวงหาพันธมิตรธุรกิจที่ว่าจะเป็นอนาคตขององค์กร ที่บอร์ดและฝ่ายบริหารทีโอทีกะว่าจะทำให้ทีโอทีพลิกโฉมหน้าแข่งขันกับภาคเอกชนได้อย่างไม่สะท้านนั้น จนวันนี้ก็ยังไม่ไปไหน จนล่าสุด นายพรชัย รุจิประภา รมว.ไอซีที ถึงกับทุบโต๊ะสั่งให้ฝ่ายบริหารทีโอทีเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูและลดค่าใช้จ่ายองค์กรตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เพื่อไม่ให้ทีโอทีต้องประสบชะตากรรมขาดทุนไปถึง 12,000 ล้าน ในปีนี้ และอาจจะเป็น 20,000 ล้าน ในปี 59
แต่ดูเหมือนความคาดหวังของฝ่ายบริหารทีโอทีในเวลานี้ คงกำลังหวังแต่กับการจะนำเอาทรัพย์สินโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรพื้นฐานที่จะได้รับมอบคืนจากเอกชนที่กำลังจะหมดสัมปทาน ซึ่งนัยว่ามีมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท หวังเอาไปทำมาหากินเหมือนกับที่เคยเป็น
วันๆ จึงเห็นเอาแต่ประกาศว่ากำลังเร่งส่งทีมตรวจรับเฉพาะกิจนับ 100 ชุด ลงพื้นที่ตรวจนับเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมเหล่านี้ พร้อมว่าจ้างที่ปรึกษาเข้ามาร่วมตรวจสอบประเมินสินทรัพย์เหล่านี้กันให้จ้าละหวั่น โดยเฉพาะโครงข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ค่าย “เอไอเอส” ส่งมอบมาให้ที่ว่ามีมูลค่ากว่า 170,000 ล้านบาท แต่กระนั้นดูเหมือนคนทีโอทีจะยังออกมา “ตีปลาหน้าไซ” ว่า เอกชนคู่สัญญายังส่งมอบทรัพย์สินให้ไม่ครบตามสัญญา เพราะยังไม่ส่งมอบระบบบิลลิ่ง ระบบประมวลผล ซีอาร์เอ็ม รวมทั้งระบบบัญชีที่จะต้องมาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ หากทีโอทีจะนำเอาทรัพย์สินโครงข่ายเหล่านี้ไปให้บริการ หรือ โอเปอเรต ต่อ
เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เพราะเรื่องที่ว่านั้นมันเป็น “หัวใจ” ในการทำธุรกิจของเอกชน แต่หากคิดไปไกลถึงขั้นนั้น ก็คงมีคำถามว่า แล้วคู่สัญญาสัมปทานอื่นๆ อย่างโทรศัพท์พื้นฐาน Fixed Line ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ว่าเขาต้องทำอย่างที่ว่านั่นด้วยหรือเปล่า
เพราะบทเรียนกรณีของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รัฐวิสาหกิจใกล้บ้านที่ได้รับมอบทรัพย์สินโครงข่ายมือถือ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานจากกลุ่มบริษัทเอกชนรายนี้มาเมื่อ 2 ปีก่อนนั้น ได้ข่าวว่าจนป่านนี้ยังเคลียร์หน้าเสื่อกันไม่เสร็จเลย!
ไม่ง่ายหรอกถ้าจะคิดแบบนั้น ตรงกันข้ามอาจถูกย้อนกลับ กลายเป็นดาบสองคมเข้าเนื้อตัวเอง เพราะจะทวงถามก็เจอคำถามสองมาตรฐาน ครั้นจะลงทุนวางระบบบิลลิ่ง บัญชี ระบบประมวลผล ซีอาร์เอ็ม ชุดใหม่ ก็ต้องย้อนไปดูว่า ไหวไหม
สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นจะต้องพูดถึงการแสวงหาพันธมิตรธุรกิจ ที่ฝ่ายบริหารและบอร์ดทีโอที คิดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้
ล่าสุดกระทรวงไอซีทีก็ตีกลับโครงการ Fiber to the Home (FTTX) 2 ล้านพอร์ต วงเงินลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท ด้วยเห็นว่า มีแต่แผนลงทุนที่ต้องใช้เงินกู้เป็นจำนวนมากแต่ไม่มีรายละเอียดของแผนการตลาด กลัวว่าจะทำให้ทีโอที่ต้องลงเอยแบบโครงการ 3จี ที่สูญเงินลงทุนไปกว่า 17,000 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถสร้างรายได้เป็นชิ้นเป็นอันอะไรให้แก่องค์กรได้
เป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ ที่โอกาสมาหาแล้วไม่สามารถคว้าเอาไว้ได้



