
การท่องเที่ยววิถีมุสลิม2015
การท่องเที่ยววิถีมุสลิม2015 : วิถีโลกมุสลิม โดยศราวุฒิ อารีย์
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้อ่านรายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการท่องเที่ยววิถีมุสลิม (Halal Tourism) ที่เพื่อนส่งมาให้ รายงานเล่มนั้นคือ Global Muslim Travel Index 2015 (GMTI) หรือดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก จัดทำโดย Master Card ร่วมกับ CrescentRating ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาเรื่องการท่องเที่ยววิถีมุสลิม
ส่วนหนึ่งของรายงานเล่มนี้เป็นการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม 100 แห่ง ซึ่งมาจากการศึกษา 110 สถานที่ท่องเที่ยวจาก 29 ประเทศในกลุ่มประเทศมุสลิม และสถานที่ท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมรวม 81 แห่ง ซึ่งสถานที่เหล่านี้เป็นตัวแทนมากกว่า 95% ของการเดินทางท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลกในปี 2014
น่าสนใจครับ จากเกณฑ์การจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวล่าสุดในปี 2015 พบว่ามาเลเซียเป็นประเทศยอดนิยมอันดับ 1 ที่ชาวมุสลิมทั่วโลกแห่แหนเข้าไปเที่ยวกัน ตามมาด้วยประเทศตุรกี และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยที่มาเลเซียเป็นประเทศที่ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้วนับตั้งแต่ปี 2011
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมจากนอกกลุ่มประเทศมุสลิม พบว่าสิงคโปร์กลายเป็นประเทศยอดนิยมอันดับ 1 ของมุสลิมที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว รองลงมาคือประเทศไทย ส่วนอันดับ 3 ได้แก่อังกฤษ โดยที่สิงคโปร์สามารถครองอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 3 ปีแล้วครับ
สาเหตุที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม แต่ได้รับความนิยมสูงสุดในฐานะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม เพราะได้คะแนนสูงมาก (จากการสำรวจ) ในด้านความเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว มีความปลอดภัย รวมถึงการบริการ
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มุสลิมเข้าไปท่องเที่ยวในปี 2014 จำนวน 3.2 ล้านคนครับ โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ที่อันดับที่ 9 ในจำนวนประเทศทั้งหมด 100 ประเทศ ซึ่งนับว่าแซงหน้าประเทศในกลุ่มประเทศมุสลิมอีกหลายประเทศด้วยซ้ำไป เช่น อียิปต์ และมัลดีฟส์ เป็นต้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์มีการลงทุนเพื่อดึงดูดผู้บริโภคในกลุ่มนี้ โดยการปรับสินค้าและบริการเพื่อการท่องเที่ยววิถีมุสลิมมากขึ้น อาหารฮาลาลเป็นสิ่งหนึ่งที่ประเทศสิงคโปร์ให้ความสำคัญมาก มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อการตรวจรับรองฮาลาล เรียกองค์กรนั้นว่า “MUIS” หรือ Majlis Ugama Islam Singapura นับเป็นตัวอย่างที่ดีจากกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมที่แสดงความมุ่งมั่นทุ่มเทในเรื่องของอาหารฮาลาล
ส่วนประเทศไทย ซึ่งติดอันดับ 2 จากกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมที่ชาวมุสลิมนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมนั้น ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศมุสลิมที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งรวบรวมโดยกรมการท่องเที่ยวในปี 2014 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,782,508 คน ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวมุสลิมเพียงอย่างเดียว ประเทศไทยถือว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางเข้ามาเที่ยวมากที่สุด มากกว่าสิงคโปร์เสียอีก
แต่เนื่องจากการจัดอันดับประเทศที่เป็นมิตรกับมุสลิมมันมีเกณฑ์ในการพิจารณามากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สิงคโปร์มีอันดับที่ดีกว่าไทย
เกณฑ์ที่ว่ามีอยู่ 9 ข้อ คือ 1.สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรและเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัว 2.สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเหมาะสมสำหรับการเดินทาง 3.ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิม 4.ความเชื่อมั่นในอาหารฮาลาล 5.ความสะดวกของสถานที่ละหมาด 6.การบริการของสนามบินและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ 6.โรงแรมที่พักที่เหมาะสมที่เป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยวมุสลิม 7.การรับรู้ความต้องการของตลาดท่องเที่ยวมุสลิมของประเทศปลายทาง และสุดท้ายคือ 9.ระดับความสามารถด้านภาษาในการสื่อสารของประเทศปลายทาง
ความจริงไทยได้เปรียบสิงคโปร์มากในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยววิถีอิสลามและความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว เพียงแต่ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้ใส่ใจกับเกณฑ์ชี้วัดข้างต้น ทำให้สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีการบริหารจัดการที่ดี สามารถแซงหน้าไทยในเรื่องการท่องเที่ยววิถีมุสลิม



