คอลัมนิสต์

ความจริงของปัญหายาเสพติด

ความจริงของปัญหายาเสพติด

08 ก.ค. 2558

ความจริงของปัญหายาเสพติด : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ก.ค.2558

             วงถกการแก้ปัญหายาเสพติด ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ ร่วมเป็นประธาน มีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติดแบบคิดใหม่ คือ การปรับทั้งนโยบายและข้อกฎหมายเพื่อให้แก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายหลายรัฐบาลที่ผ่านมา นักการเมืองเองมองปัญหายาเสพติดไม่แตก เน้นเพียงแก้กฎหมายเพิ่มโทษ สภาพปัญหาจึงยังไม่ดีขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดจึงขยายเครือข่ายจนเข้มแข็ง และผู้ต้องหาที่อยู่ในคุกส่วนใหญ่ไม่ว่าการจับปริมาณยามากน้อยเท่าใด ก็เป็นเพียงคนขนส่งเท่านั้น นายทุนใหญ่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากตัวเลขการจับกุม 3 แสนคดี พบว่าเป็นพ่อค้ารายใหญ่เพียง 100 คน หรือคิดเป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและทางศาลอุทธรณ์เริ่มปรับวิธีและขบวนการทางกฎหมายใหม่ จึงเป็นเรื่องที่มาถูกทาง รวมถึงปัญหานักโทษล้นคุกจากปัญหายานี้ด้วย

             ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายหรือวิธีการจับกุมแบบถึงลูกถึงคนเช่น วิสามัญฆาตกรรม หรือแม้กระทั่งการเพิ่มโทษให้รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต หลังจากการปรับเปลี่ยนชื่อจากยาม้า เป็นยาบ้า มาเป็นเวลา 19 ปี ปัญหายาเสพติดไม่ได้ลดลง ซ้ำยังเพิ่มแหล่งผลิตมากยิ่งขึ้นจากตัวเลขที่หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดนำออกมาเปิดเผย มียาบ้าพร้อมทะลักเข้าประเทศไทยในแต่ละปีนับร้อยล้านเม็ด ยังไม่นับในส่วนที่ส่งออกไปประเทศอื่นทั้งในเอเชียและต่างทวีป การแก้ไขปัญหาภายในของเราเองจึงต้องทำทั้งระบบ ไม่ว่าหยุดการทุจริตคอร์รัปชั่นของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง นายทุนใหญ่ที่ส่วนมากมีเส้นทางโยงใยกับนักการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหยุดฐานการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องในระดับนโยบายที่รัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการบำบัดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมองว่าล้มเหลว

             มุมมองของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดที่ควรนำมาพิจารณาคือ การใช้สารทดแทนยาเสพติดเพื่อการบำบัดอย่างเช่นในต่างประเทศ กฎหมายมีการกำหนดสารเพื่อใช้ทดแทนการใช้ยาที่มีผลต่อจิตประสาท ตรงนี้ถือว่าสำคัญในแง่ของการรักษาที่ต้องทำควบคู่ไปกับการปราบปราม แม้ในเบื้องต้นการปราบยังเป็นเรื่องยากเนื่องจากมีปริมาณความต้องการสูง ทำให้การผลิตมีอย่างต่อเนื่อง เช่นในอดีตที่มีแนวคิดการป้องกันมากกว่าการปราบปราม มีอดีตนายตำรวจไม่น้อยที่มองปัญหายาเสพติดในมุมกลับเช่นวิธีการล่อซื้อยาจากนอกประเทศหรือในประเทศก็ตาม ซึ่งมองดูแล้วไม่ได้ประโยชน์ การล่อซื้อยิ่งทำให้เพิ่มปริมาณการผลิต ผลของการปราบปรามโดยวิธีนี้จึงไม่ประสบผลสำเร็จเลย บางทีการเริ่มแก้ไขด้วยการบำบัดและการให้ความรู้ในระดับความเสี่ยงเช่นเด็กนักเรียน วัยรุ่น อาจจะมีผลดีกว่า งบประมาณมากมายที่ทุ่มไปกับการปราบปราม หากนำมาใช้ในด้านการรักษา เรียนรู้ อาจเป็นวิธีการที่ถูกต้อง การกำจัดยาเสพติดจะทำไม่ได้เลยหากหน่วยงานต่างคิดต่างทำ ปัญหานี้ถกกันมานาน แต่ไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ วันนี้รัฐบาลมีเครื่องมือและกฎหมายที่เบ็ดเสร็ดเด็ดขาดน่าจะวางแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นระบบได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยซ้ำ