
อาเซียน-จีนเจรจาทะเลจีนใต้-ช้าแต่ชัวร์
07 ก.ค. 2558
อาเซียน-จีนเจรจาทะเลจีนใต้-ช้าแต่ชัวร์ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
การเจรจาอาเซียน-จีน ในประเด็นการร่างแผนปฏิบัติการทะเลจีนใต้ (Code of Conduct on South China Sea) กำลังเข้าโค้งที่สำคัญ มันจะแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของคู่เจรจาทั้งหมด ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ไทยในฐานะเป็นผู้ประสานงานคู่เจรจาสัมพันธ์อาเซียน-จีน จะหมดหน้าที่ราวต้นเดือนสิงหาคม จึงมีความจำเป็นที่ไทยต้องผลักดันให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาสมาชิกอาเซียนที่เป็นคู่พิพาทกับจีน ให้ตกลงในประเด็นร่วมกันให้มากที่สุด เพื่อปูพื้นในการร่างแผนปฏิบัติการต่อไป
ก่อนที่ไทยมารับหน้าที่เป็น “กาวใจ” ของอาเซียน-จีน การพบปะทั้งสองฝ่ายในเรื่องทะเลจีนใต้มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่เวียดนามเป็นประเทศประสานงาน เพราะบรรยากาศไม่อำนวย สัมพันธ์จีน-เวียดนามไม่เอื้ออำนายในการสร้างบรรยากาศที่ทำให้การเจรจารุดหน้า
พอมาถึงช่วงที่ผ่านมาเกือบ 3 ปี ไทยรับหน้าที่ประสานสัมพันธ์จีน-อาเซียน ปรากฏว่าการหารือทั้งสองฝ่ายทั้งในระดับทำงานมีถึง 3 ครั้ง และเจ้าหน้าที่อาวุโสมีถึง 2 ครั้ง ถือว่าเป็นสถิติที่ดีมาก การพบปะกันถึง 5 ครั้ง ทำให้เกิดความร่วมกันหลายข้อในมาตรการสร้างความมั่นใจซึ่งกันและกัน ช่วง 2 ปีกว่าๆ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันในหลายประเด็น คือ รายงานจีน-อาเซียนในเรื่องทั้งคู่เห็นพ้องกัน (First List of Commonalities) เกี่ยวกับหลักการและกฎข้อบังคับเพื่อป้องกันการขัดแย้ง เช่น กฎบัตรสหประชาชาติ สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือของอาเซียน กฎหมายทะเลขององค์การสหประชาชาติ หลักการอื่นคือ ต้องใช้ฉันทามติในการตัดสินใจ เป็นต้น
ประเด็นที่สองคือ มีข้อตกลงที่จะแลกเปลี่ยนฮอตไลน์ระหว่างกันในระดับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงาน เกี่ยวกับกิจกรรมทะเลทั้งหลายทั้งปวง
ประเด็นที่สามคือ ยินดีร่วมมือประสานงานกันในการให้ความช่วยเหลือและค้นหาทางทะเล ส่วนเรื่องสุดท้ายคือการฝึกร่วมกันในห้องปฏิบัติการ
ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป ทั้งจีนและอาเซียนต้องพยายามเพิ่มขึ้น เพื่อเริ่มเตรียมประเด็นเพิ่มของการเตรียมรายงานฉบับที่ 2 ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน (Second List of Commonalities) ประเด็นนี้จะเป็นจุดร่วมของการร่างโครงสร้างของแผนปฏิบัติการในทะเลจีนใต้ เช่น จะมีกี่บท จะมีอารัมภบทยาวเท่าไร เป็นต้น (ในอดีตมีร่างข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าในนาทีสุดท้ายของปลายปี 2012 ทั้งคู่ต่างไม่ยอมรับร่างดังกล่าว จึงต้องร่างใหม่)
นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญและตกลงกันให้คณะดังกล่าวมีหน้าที่ในการร่างแผนปฏิบัติการต่อไป
ในอนาคตแผนปฏิบัติการทะเลจีนใต้นี้จะเป็นเอกสารที่ใช้บังคับคู่กรณีในเรื่องความประพฤติทั้งหลายทั้งปวงเพื่อจัดการเรื่องความขัดแย้งเพื่อไม่ให้บานปลาย เป็นที่รู้กันว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คู่กรณีทั้งหลายไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในปี 2002 โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการถมที่ในพื้นที่ทะเลที่ยังเป็นข้อพิพาทอยู่ หรือการยับยั้งกิจกรรมต่างๆ ที่จะสร้างความตึงเครียดให้แก่คู่กรณี
ในสิบปีข้างหน้าอาเซียนกับจีนต้องหาทางออกข้อพิพาททะเลจีนใต้ให้ได้ มิฉะนั้นแล้วมันจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อความร่วมมือในกรอบใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายพูดถึง โดยเฉพาะในเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการสร้างระเบียบใหม่ในภูมิภาค ถ้าอาเซียนไม่สนับสนุนกิจกรรมหรือแผนใหญ่ของจีนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอไว้ เช่น เส้นทางไหมใหม่ทั้งบกและทะเล จะประสบความลำบาก
อาเซียนเป็นกลุ่มประเทศหน้าด่านที่จีนต้องทะนุถนอมมากที่สุด จริงอยู่จีนเป็นมหาอำนาจอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา มีความคาดหวังว่าจีนต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ประชาคมโลกยอมรับ
สำหรับไทยต้องเล่นบท “กาวใจ” ต่อไประหว่างจีนกับอาเซียน หลังจากหมดหน้าที่ประเทศประสานงานอาเซียนก็ตาม เพราะเราอยู่ในตำแหน่งภูมิรัฐศาสตร์และบริบทการเมืองเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมากๆ ไทยเราไม่ควรพลาดโอกาส
เจรจาทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับอาเซียน จะมีลักษณะช้าแต่ชัวร์



