
คนที่น่าถูกประณาม
คนที่น่าถูกประณาม : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่า ศาลทหารจะว่าอย่างไรภายหลังครบกำหนดฝากขังผัดแรก ของ 14 นักศึกษา จะปล่อยตัวหรือว่าจะขังต่อ หรือว่าจะเลือกปล่อยเฉพาะแค่บางคนที่เป็นนักศึกษาจริงๆ ไม่ใช่อดีตนักศึกษา
แต่ดูแนวโน้มแล้ว เรื่องราวจากฝ่าย คสช.นั้นคงไม่มีอะไรที่คลุมเครือ หลังจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ออกมาพูดชัดแล้วว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย แต่มาจากวิธีพิเศษ และมีกฎหมายพิเศษอยู่
การกระทำของกลุ่มนักศึกษาที่ถูกคุมขังไว้นั้นก็เพราะกระทำผิดกฎหมายพิเศษ ซึ่งห้ามเอาไว้
แล้วยังย้ำด้วยว่า การจะต่อต้านอย่างไรก็ให้ย้อนกลับไปดูว่า ก่อนที่ทหารจะใช้วิธีพิเศษเข้ามา เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง รัฐบาลทำหน้าที่ได้ไหม เลือกตั้งได้ไหม ชาวนาจะอยู่รอดไหมหลังจากจำนำข้าวแล้วไม่ได้เงิน
แต่ถึงจะอธิบายมาขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่มีใครเชื่อว่า จะทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา และบรรดาผู้ให้กำลังใจทั้งหลายจะเข้าอกเข้าใจตามที่ คสช.แจกแจงปัญหา
นั่นจึงทำให้น่าเชื่อว่า เหตุการณ์ในวันอังคารนี้ ถึงแม้ว่าศาลทหารจะพิจารณาให้ปล่อยตัวนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นทั้งหมด หรือบางส่วน พร้อมกับมีเงื่อนไขนั่นนี่ ก็คงจะไม่ทำให้ทุกคนกลับบ้านพักผ่อนเป็นแน่
เพราะอุตส่าห์เดิมพันสูงด้วยการไม่ขอประกันตัวมาแล้ว!
นั่นอาจเป็นเพราะมั่นใจว่า ก็ในเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ขบวนการนักศึกษายังโค่นล้มเผด็จการได้ แล้วในวันนี้ กลุ่มนักศึกษาที่แม้จะหลากหลาย แต่ก็เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อสิทธิชุมชนมาแล้วทั้งนั้น ก็น่าจะนำพาให้พวกเขาไปสู่สิ่งที่เรียกร้องได้
วันหนึ่ง “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” จะกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ว่า ครั้งหนึ่งพลังของนักศึกษาได้โค่นล้มเผด็จการ
แต่มันจะเป็นอย่างนั้นได้หรือ ?
ถึงแม้ว่าหลายสิบปีก่อน การรวมกลุ่มของนักศึกษาก็เต็มไปด้วยความหลากหลาย แต่เป้าหมายที่ชัดเจน การมีความรู้สึกร่วม ประกอบกับท่าทีของรัฐบาลในขณะนั้น จึงทำให้ความหลากหลายกลายเป็นพลังที่ยากจะทำลายได้
บรรดานักศึกษาที่มาจากหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ที่ออกไปในแนวทางละม้าย “คนเสื้อแดง” มีสายสัมพันธ์กับ “แดงอิสระ” บางกลุ่ม บ้างก็เคยออกมาหนุนแก้ “มาตรา 112” รวมทั้งเคยหนุนแนวทางของ “นิติราษฎร์” ร่วมรณรงค์ในสิ่งที่นิติราษฎร์เรียกร้อง
จะว่าไป กลุ่มนักศึกษาที่มีแนวคิดแบบนี้มีด้วยกันหลายกลุ่ม กระจายอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
หน่วยข่าวด้านความมั่นคงบอกว่า กลุ่มที่จัดกิจกรรมกินแซนด์วิช นั่นก็เกาะเกี่ยวกับกลุ่มนี้
ส่วนนักศึกษาที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ไม่สังกัดกลุ่มใด มีอยู่ด้วยกัน 2 คน เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.มาแล้ว เป็นแกนนำจัดกิจกรรมสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 มาแล้ว แถมยังเคลื่อนไหวคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ร่วมกับ ศศิน เฉลิมลาภ มาด้วยเช่นกัน
อีกรายนั้น ก็ชื่นชมแนวคิดของ “แดงอิสระ”
สำหรับกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน ประเด็นนี้น่าจะเป็นแนวทางของกลุ่มนักศึกษาที่มักออกไปร่วมทำกิจกรรมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการกระทำของรัฐ รวมทั้งเอกชน
“รุ่นพี่” อาจมีส่วนสำคัญในการนำ หรือวางแนวทางให้กลุ่มนักศึกษา และนั่นอาจเป็นที่มาของความมั่นใจจากฝาย คสช. ที่บอกว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษามีส่วนเกี่ยวพันกับ “การเมือง” โดยมีพฤติกรรมของนักศึกษาที่ถูกจับแล้วไม่ยอมขอประกันตัวเป็นเครื่องยืนยัน
และนั่นทำให้หลายฝ่ายเห็นว่า ความพยายามเร่งสถานการณ์เพื่อให้สุกงอมโดยที่รู้ว่า องค์ประกอบที่จะไปถึงจุดแตกหักดั่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น ยังอีกไกล หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย...หลายฝ่ายที่ว่านั้น กำลังประณามคนพวกนี้ ไม่ใช่ 14 คนที่อยู่ในคุก



