คอลัมนิสต์

แฉเล่ห์18มงกุฎแจ้งรถหาย-แอบขายเขมร

แฉเล่ห์18มงกุฎแจ้งรถหาย-แอบขายเขมร

03 ก.ค. 2558

แฉเล่ห์18มงกุฎแจ้งรถหาย-แอบขายเขมร : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล

              "แก๊งมิจฉาชีพ" มักเปลี่ยนรูปแบบการก่ออาชญากรรมแนวใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ชลบุรี มักพบ "แก๊งเงินกู้” ออกหากินกับประชาชน ด้วยวิธีการหลอกให้ดาวน์รถจักรยานยนต์จากห้างร้าน พร้อมแกล้งทำทีว่ารถหาย แล้วแอบส่งขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ระบุว่า ขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบ ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ เนื่องจากในพื้นที่เป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้มีประชากรเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องมีการจัดเก็บข้อมูลรถหายเป็นการเฉพาะ พร้อมกับตั้งทีมวิเคราะห์ถึงสาเหตุ ในส่วนนี้จึงพบว่า การแจ้งความเท็จว่ารถหายมีมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่า ขบวนการนี้ มีนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เป็นกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง

              "พฤติการณ์ของแก๊งเหล่านี้ มักแจ้งความเท็จว่า รถจักรยานยนต์ที่ไปซื้อมาด้วยเงินผ่อนหายไป ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเงินกู้นอกระบบ โดยจะถูกนายทุนชักจูงให้เอาเงินไปดาวน์รถจักรยานยนต์ เพื่อมาส่งให้แก่นายทุน ซึ่งจะได้ค่าตอบแทนคันละ 5,000-10,000 บาท จากนั้นก็จะทิ้งช่วงไว้ประมาณ 1-2 เดือน จึงเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "รถหาย" เพื่อจะได้ไม่ต้องผ่อนชำระ และบางครั้งได้เงินประกันด้วย เมื่อนายทุนได้รถจักรยานยนต์แล้วก็จะนำไปขายต่อในประเทศเพื่อนบ้าน หรือบางครั้งก็ถอดชิ้นส่วนแยกขาย และในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนมาแจ้งความแล้วกว่า 30 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบว่า เป็นการแจ้งความเท็จทั้งสิ้น จึงแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานแก่ผู้มาแจ้งความในที่สุด"

              พล.ต.ต.นิติพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีรถจักรยานยนต์อีกนับสิบคันที่สูญหายไป ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามกลุ่มนายทุน และเครือข่ายขบวนการมิจฉาชีพนี้มาดำเนินคดี ส่วนประชาชนที่อ้างตัวว่า เป็นผู้เสียหายแล้วเข้าแจ้งความเท็จนั้น มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ มีโทษทั้งจำและปรับ ซึ่งที่ผ่านมาได้เปรียบเทียบปรับไปแล้วรายละ 1 แสนบาท โดยการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อภาพรวมระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย

              "ผมอยากฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการโจรกรรมรถจักรยานยนต์จากแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะวิธีการป้องกันง่ายๆ อย่างเช่น 1.ล็อกกุญแจรถทุกครั้งและให้ล่ามโซ่ไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ 2.ไม่จอดรถในที่ลับตาคนหรือที่มืดที่เปลี่ยว 3.เมื่อจอดรถให้ดับเครื่องยนต์และล็อกคอเสมอ 4.กรณีทำกุญแจรถหาย ต้องเปลี่ยนกุญแจชุดใหม่ทันที 5.ควรจอดรถในที่สำหรับจอดเท่านั้น เช่น ตามแฟลตที่พัก ทาวน์เฮ้าส์  ตลาด ศูนย์การค้า เพราะมียามคอยเฝ้าดู 6.ให้จดตำหนิรูปพรรณลักษณะพิเศษต่างๆ ของรถจักรยานยนต์ติดตัวไว้เสมอ 7.เมื่อรู้ว่ารถหายให้รีบแจ้งตำรวจทันทีเพื่อสกัดจับ 8.ในส่วนของเจ้าของกิจการที่พัก โรงงานอุตสาหกรรม ให้จัดที่จอดรถจักรยานยนต์เป็นสัดส่วน มีแสงสว่างเพียงพอ มีราวล็อกล้อ มีกล้องวงจรปิดหรือมีเจ้าหน้าที่ รปภ.คอยดูแลด้วย