คอลัมนิสต์

เสี้ยวประวัติศาสตร์ปีกซ้าย(ไทย-จีน)

เสี้ยวประวัติศาสตร์ปีกซ้าย(ไทย-จีน)

02 ก.ค. 2558

เสี้ยวประวัติศาสตร์ปีกซ้าย(ไทย-จีน) : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

               ดั่งที่ทราบกัน ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน กับราชอาณาจักรไทย เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 โดยสองผู้นำ "โจว เอินไหล" นายกรัฐมนตรีจีน กับ "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช" นายกรัฐมนตรีไทย ได้ร่วมลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตของสองชาติ

               จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ความสัมพันธ์ของสองชาติยิ่งนานวันยิ่งแนบแน่น แต่ในมุมของ "ซ้ายไทย" มันเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกในจิตใจ เมื่อ "แนวหลังที่ไว้วางใจได้" อย่าง พรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) ตัดสัมพันธ์ และยุติการช่วยเหลือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

               จุดเปลี่ยนของแนวหลังพังทลายคือ 7 มกราคม 2522 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (พคว.) ตัดสินใจหนุนแนวร่วมประชาชาติกัมพูชา โค่นล้มรัฐบาลของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา หรือ "เขมรแดง" ที่จีนให้การสนับสนุน จีนจึงก่อสงครามสั่งสอนเวียดนามในเดือนกุมภาพันธ์ 2522

               ระหว่างนั้น พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามหลักเบญจศีล รักษาดุลยภาพทางความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต และจีน

               พลันที่กองทัพเวียดนามนับแสนบุกยึดครองแผ่นดินกัมพูชา พล.อ.เกรียงศักดิ์จึงส่ง "ทูตลับ" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.พัฒน์ อัคนิบุตร และ พล.ท.ผิน เกษร ไปพบกับเติ้ง เสี่ยวผิง โดยมีการเจรจาให้ พคจ.ยุติการสนับสนุน พคท. และเพื่อเป็นการตอบแทน ทางฝ่ายไทยจะสนับสนุนนโยบายของประเทศจีนเกี่ยวกับกัมพูชา

               กล่าวอย่างเป็นรูปธรรม จีนขอใช้ดินแดนไทยลำเลียงอาวุธส่งไปให้เขมรแดง ที่ถอยมาตั้งหลักตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

               ต่อมานายกฯ เกรียงศักดิ์เดินทางไปเยือนจีน ได้บรรลุข้อตกลงระหว่างไทยกับจีน เรื่องการช่วยเหลือกลุ่มเขมรแดงและเขมรกู้ชาติฝ่ายอื่นๆ ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยเรียกร้องให้จีนปิดสถานีวิทยุของ พคท. ที่ตั้งอยู่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน

               ฝ่ายจีนจึงสั่ง "สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย" (สปท.) ยุติการออกอากาศในวันที่ 11 กรกฎาคม 2522 และตัดความช่วยเหลือทุกด้านแก่ พคท.

               สถานการณ์ภายในและภายนอกประเทศได้ผันแปรไปอย่างรวดเร็ว "คณะนำ พคท." กลับปรับตัวไม่ทัน และไม่สามารถอธิบาย "ความขัดแย้งในหมู่พรรคพี่น้อง" ได้กระจ่างใจ จึงทำให้ขบวนปฏิวัติในเขตป่าเขาตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย

               ก่อนหน้านั้น "คณะนำ พคท." ได้ปฏิเสธ "แผนยึดอีสาน" ที่เวียดนามเสนอช่วยการปฏิวัติไทย แถมยังประณามเวียดนามที่บุกเข้ายึดกัมพูชา

               ฝ่ายซ้ายไทยงงเป็นไก่ตาแตก "พรรคพี่น้อง" ที่เคยให้การสนับสนุนการปฏิวัติไทยอย่างแข็งขัน กลับเป็นฝ่ายที่จะคุกคามเอกราชอธิปไตยของไทย และตัดขาดความช่วยเหลือทุกด้าน

               ที่ช็อกไปทั้งป่าคือ จีนสั่งปิดสถานีวิทยุ สปท. ส่งผลให้สมาชิกพรรค และนักรบเกิดความกังขาต่อองค์การนำ พคท.

               อยากแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ปีกซ้าย ประเด็นการปิด สปท. ให้ติดตามอ่านจากนิตยสาร "ฟ้าเดียวกัน" ฉบับเดือนมกราคม-เมษายน 2558 ว่าด้วยเรื่อง "กำเนิดและจุดจบของสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.)" เขียนโดย สรณ ขจรเดชกุล

               ผู้เขียนได้บอกเล่าความเป็นมาของ "สปท." กระบอกเสียงของ พคท. ที่ส่งเสียงข้ามฟ้ามาจากยูนนาน ตั้งแต่วันเปิดสถานีจนถึงวันปิดสถานี

               ที่สำคัญมีเอกสารคำชี้แจงเนื่องจากการยุติออกอากาศ สปท. ของศูนย์การนำ พคท. ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รวมถึงจดหมายของสหายนำบางคนที่พร่ำรำพันก่อนความพ่ายแพ้มาเยือน

               เชื่อว่า เอกสารชุดนี้ บรรดาสหายชาวนา และปัญญาชนที่เคยเข้าป่า ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจาก "สหายนำ" ไม่กี่คน จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามยิ่ง