คอลัมนิสต์

ปิดฉากกาสิโน

ปิดฉากกาสิโน

01 ก.ค. 2558

ปิดฉากกาสิโน : บทบรรณาธิการประจำวันที่1ก.ค.2558

              ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาห้ามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หยุดพูดเรื่องการเปิดกาสิโนเสรีที่พยายามออกมาผลักดันให้เป็นรูปธรรมถึงขนาดจะตั้งโต๊ะแถลง เปิดเว็บไซต์เพื่อหาแนวร่วม เรื่องนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของผบ.ตร.เลย ตรงกันข้ามหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือ การปราบปรามอบายมุข จับกุมบ่อนการพนันทุกประเภท การบำบัดทุกบำรุงสุข สร้างองค์กรให้เข้มแข็ง ปรับปรุงกฏหมายหรือปรับโครงสร้างเพื่อให้การทำงานคล่องตัวและเป็นที่ยอมรับของประชาชน นี่คือหน้าที่ที่เร่งด่วนควรปฏิบัติของผู้นำหน่วย การออกมาวิจารณ์เรื่องความชอบธรรมของกาสิโนเสรีจึงถูกต่อต้าน ยิ่งเพิ่มความกังขาขึ้นอีกก็เพราะรูปแบบและท่าทีจริงจังต่อการเปิดบ่อนเสรีมากกว่าการลงมือทำให้สังคมมีความสงบสุข เชื่อว่าโครงการนี้ก็ต้องพับไปในที่สุดเหมือนกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

              เรื่องของกาสิโนมีมุมมองหลากหลาย เสียงสนับสนุนก็มี เสียงคัดค้านก็มาก ในแง่ดีหลายฝ่ายเชื่อว่าจะสร้างความมั่งคั่งและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากเงินส่วนนี้ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่มีใครคาดเดาได้กับผลที่จะตามมา มีกรณีศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านเรา กาสิโนก็ไม่ใช่คำตอบความอยู่ดีกินดีของประชาชน อาจจะยกเว้นบางประเทศในภูมิภาคนี้ เช่นในมาเก๊า ซึ่งไม่มีทรัพยากรที่จะเอามาพัฒนาประเทศหรือจุดขายด้านการท่องเที่ยว จึงต้องเปิดกาสิโนเสรีเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ถ้ามองธุรกิจนี้ในมาเก๊าเอง ทุกกาสิโนที่เปิดก็ไม่ได้ยั่งยืน หลายแห่งต้องปิดตัว คนน้อย หรือมีการลงทุนสร้างกาสิโนใหม่ๆ ขึ้นมารับตลาดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง กาสิโนดังๆ เป็นที่กล่าวขวัญกันช่วง 3-4 ปีมานี่เริ่มไม่มีนักเสี่ยงดวงเข้าไปใช้บริการ มีโรงแรมพร้อมกาสิโนเปิดขึ้นใหม่เพื่อความตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามา

              กรณีกาสิโนที่น่าศึกษาเช่นในลาวประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงขวบปีแรกๆ ก็ห้ามประชาชนเข้าไปเล่น เมื่อคนไทยหรือนักเสี่ยงดวงจากต่างชาติเริ่มหดหายไป ก็เปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นเข้าไปเล่น เกิดความเสียหายทางด้านสังคมตามมา มีเสียงจากชาวบ้านและผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องว่าได้คุ้มเสียหรือไม่ เพราะกาสิโนเสรีจะดีในช่วงแรก เมื่อคนเล่นเริ่มเบื่อ ก็จะหาที่เล่นใหม่ๆ ทำให้บ่อนพวกนี้ร้างนักท่องเที่ยว เป้าหมายจึงหันมาที่ประชาชนในประเทศ เกิดเป็นหนี้สิ้น ขายบ้านขายรถ ขายทรัพย์สินที่เคยมี ครอบครัวเกิดปัญหาแตกร้าว นี่คือมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง สังคมในประเทศเพื่อนบ้านหรือความเจริญในพื้นที่ก็ไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนเหมือนตอนที่เปิดช่วงแรกๆ นี่คือส่วนที่จะต้องพิจารณา ถึงแม้โครงการบ่อนเสรีในบ้านเราจะพับไป แต่แนวคิดและผลประโยชน์ที่จะได้รับของผู้มีอำนาจก็ไม่ได้หมดไป เพียงแต่รัฐบาลใดทำสำเร็จก็จะมีผลประโยชน์มหาศาล การตัดสินใจยุติเรื่องบ่อนเสรีของนายกรัฐมนตรี จึงเป็นแนวทางการบริหารประเทศที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาด้านอื่นย่อมสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ของคนแค่หยิบมือ