
ปรับทัพให้กระฉับกระเฉง
ปรับทัพให้กระฉับกระเฉง : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2558
ยามนี้ดูเสมือนว่า ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันหลายเรื่องที่ประดังประเดเททับกันลงมา เรื่องแรกที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือ ภัยแล้งที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกหัวระแหงไม่มียกเว้นแม้แต่พื้นที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนชุ่มน้ำมากมีด้วยทรัพยากรสมบูรณ์และเขียวขจี วิกฤติเช่นนี้กำลังลุกลามจากเรื่องซ้ำซากจำเจอย่างประกาศงดทำนาปรัง จนถึงเรื่องใหม่คือสั่งห้ามทำนาปี ตามด้วยสัญญาณอันตรายที่ส่งผ่านมาตรการหยุดระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ในภาคเหนือ และล่าสุดได้ขยายวงสู่ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อย่างเช่นที่ลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อนป่าสักที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับต้องหยุดส่งน้ำประปา เนื่องจากไม่มีน้ำดิบมาใช้ผลิต ขณะที่การประปานครหลวงกำลังเฝ้าระวังน้ำเค็มที่อาจหนุนสูงส่งผลเสียกับคุณภาพน้ำจืดในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำสำแล ปทุมธานี ไปทางภาคตะวันตก แม้น้ำฝนจะตกลงมาเติมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ แต่ก็หาได้มีนัยสำคัญในการสำรองอย่างเพียงพอสำหรับน้ำดื่มน้ำใช้ที่จะสนับสนุนการประปาในมหานคร
ปัญหาภัยแล้ง กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่เคยคาดหมายกันว่าในระยะ 6 เดือนหลังของปีนี้จะพอลืมตาอ้าปากได้ กลับมีสัญญาณทางลบมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งหนักหนาสาหัสเมื่อปรากฏชัดว่า ตัวเลขผู้บริโภคอันวัดด้วยกำลังซื้อในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่สินค้าเกษตรกรรมทั้งในและนอกเขตชลประทานล้วนอยู่ในภาวะถดถอย ภาคธุรกิจที่ยึดโยงกับสินค้าอุปโภคบริโภคล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ครึ่งปีหลังที่เหลือนี้เศรษฐกิจฝืดแน่นอน ไม่ต่างกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยอมรับว่า ยอดขายไม่เติบโตหรือทรงตัวถือว่าดีที่สุดแล้ว ขณะเดียวกัน กลับยังไม่มีมาตรการหรือนโยบายเพิ่มเติมจากภาครัฐในอันที่จะนำมากระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินผ่านการจับจ่าย และโครงการพัฒนาต่างๆ ที่อาศัยงบลงทุน แน่นอนว่า เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ถึงทุกภาคส่วน
ในทางการเมือง รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กำลังเผชิญกับภาวะท้าทายต่อสมาธิ ความอดทน และทางแพร่งแห่งอำนาจอันเปราะบางยิ่งสำหรับทิศทางประเทศไทย กล่าวโดยเฉพาะหน้า ปรากฏการณ์การประท้วงรัฐบาลทหารของนักศึกษากลุ่มหนึ่ง แม้บุคคลสำคัญในรัฐบาลจะออกมาระบุทำนองเดียวกันว่า มีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ว่าถูกโฟกัสไปที่นักการเมืองฝั่งตรงข้ามกับคสช. ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า นี่คือบททดสอบสมาธิและความอดทนที่ถูกวางเอาไว้บนเส้นแบ่งบางเบาระหว่างสิทธิของการแสดงออกกับสิ่งที่รัฐบาลมองเป็นความมั่นคง แต่นี่ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งสะท้อนความเป็นไปที่ไม่ปกติภายในชาติบ้านเมือง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ภาวะความแห้งแล้ง ความถดถอยทางเศรษฐกิจ และปัญหาทางสังคมอีกหลายเรื่อง
ขณะที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังเรียกร้องประชาธิปไตยกันอย่างคึกคัก แต่นักศึกษาอีกส่วนหนึ่งก็ร่วมกันทำกิจกรรมทางสังคมเช่น รณรงค์คัดค้านร้านเหล้ารายรอบสถานศึกษา กิจกรรมเช่นว่า เกิดขึ้นในห้วงเวลาก่อนหน้าที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผู้มักชำเลืองแลกิจกรรมนักศึกษาเป็นของเด็กเล่น นำเสนอให้เปิดกาสิโนขึ้นในเมืองไทยโดยถูกกฎหมายเพื่อเอาเงินรายได้มาพัฒนาชาติ ปรากฏการณ์ทั้งหลายดังกล่าวมานี้ คือตัวอย่างของสภาวะเจ็บป่วยของชาติบ้านเมืองแบบเรื้อรังสามวันดีสี่วันไข้ จึงน่าคิดว่า ถึงเวลาที่ทีมแพทย์ที่อาสาเข้ามาเยียวยาเมื่อปีกว่าๆ มาแล้ว จะหาวิธีการใดใหม่หมาดเข้ามา เป็นไปได้หรือไม่ว่า จะปรับเปลี่ยนตัวทีมผู้รักษาบางคน เพื่อให้กระฉับกระเฉงและตรงกับอาการป่วยของชาติมากกว่านี้



