
สัมพันธ์สองหน้า'เทพ-มาร'จีน-สหรัฐ
สัมพันธ์สองหน้า'เทพ-มาร'จีน-สหรัฐ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ผู้นำจีน-สหรัฐอเมริกาเข้าใจดีว่า ผลประโยชน์ของสองประเทศร่วมกันยิ่งใหญ่มหาศาลกว่าสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งหลายทั้งปวงในโลกหล้า ไม่แปลกใจแม้แต่นิดเดียว การประชุมยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐ-จีนครั้งที่ 7 ที่กรุงวอชิงตัน เพิ่งสิ้นสุด มีผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างดี
ก่อนการประชุมมีการคาดการณ์ว่า สหรัฐอเมริกาจะโจมตีจีนในเรื่องถมที่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐอเมริกานำมาชูเพื่อเสริมบารมีตนในเอเชีย ปรากฏว่าที่ประชุม สหรัฐอเมริกาไม่ได้ดุดันติจีนอย่างที่อ่านพบกันในหน้าหนังสือพิมพ์ ตามจริง ทั้งสองประเทศนี้ยังคุมเชิงกันทั้งทางด้านการทูต ยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ในประเด็นหลังยังมีปัญหามากในเรื่องการลงทุน มองผิวเผินทั้งคู่มักตอกย้ำว่า ต้องส่งเสริมการลงทุนกันให้มาก สร้างงานให้คนพื้นที่ แต่ตามสภาพที่เป็นอยู่ ต่างฝ่ายต่างกีดกันซึ่งกันและกัน
อย่าลืมว่า จีนไม่เหมือนกับญี่ปุ่น ไม่มีสถานะเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา จีนเป็นคู่กัด-คู่รัก ฉะนั้นการมาลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกาเป็นกิจกรรมต้องส่งเสริม ทำให้พันธมิตรมีความเข้มข้นขึ้น ส่วนจีนทำไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้จีนมีกำลังทุนทรัพย์มหาศาลมากพอที่จะเหมาซื้อธุรกิจทุกชนิด โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยี ซึ่งฝ่ายสหรัฐอเมริกาจับตาดูอยู่ถือว่าเป็นความลับทางเทคโนโลยี
จีน-สหรัฐอเมริกาจึงพยายามรักษามิตรภาพไม่ให้เป็นพิษมากไปกว่านี้ มีทั้งบทบู๊และบทเอาใจหรือประจบ เช่น ความร่วมมือทางด้านภาวะโรคร้อน การกำจัดโรคติดต่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนเป็นกลยุทธ์ทางการทูต ประเด็นนี้ต้องยอมรับสหรัฐอเมริกาไม่สามารถสู้จีนได้ เนื่องจากจีนมีนโยบายแนบเนียนกว่า การพูดจาและดำเนินการทางทูตนิ่มนวลกว่า ไม่ก้าวร้าวมาก
ประเด็นที่สำคัญของอภิสัมพันธ์นี้คือ ทางด้านความมั่นคงระดับสูงทางด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีทางด้านขีปนาวุธ ในอนาคตทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาอาจจะร่วมมือพัฒนาส่งมนุษย์อวกาศไปยังดาวอังคารหรือดาวพระเสาร์ พูดง่ายๆ ทางด้านอวกาศ
ในช่วงห้า-หกปีหลังสหรัฐอเมริกาได้ตัดงบพัฒนาการเดินทางนอกโลก ปล่อยให้เป็นกิจกรรมของเอกชน ส่วนจีนตอนนี้ไล่ตามติดๆ รัฐบาลทุ่มเงินเต็มที่เพื่อเอาชนะสหรัฐและรัสเซียให้ได้ มันเป็นเรื่องของหน้าตาประเทศ
ขณะนี้ต้องยอมรับว่า สหรัฐอเมริกาต้องพึ่งรัสเซียมากๆ ในโครงการกระสวยอวกาศนานาชาติ พอถึงเวลาต้องเปลี่ยนทีมอวกาศประจำการสถานีกระสวยอวกาศ ตอนนี้สหรัฐอเมริกาต้องพึ่งยานอวกาศรัสเซียส่งมนุษย์อวกาศอเมริกันอย่างเดียว ทางสหรัฐอเมริกาไม่มียานอวกาศแบบที่ใช้ขึ้นลงมาใช้อีกแล้ว
ในสภาพสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ในลักษณะเทพ-มารแบบนี้ รัฐบาลไทยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ศึกษาให้ดีว่า นโยบายไทยต่อสองมหาอำนาจนี้จะออกมาเป็นรูปใด ไทยเรามีอำนาจพิเศษในสัมพันธ์ยักษใหญ่นี้
โดยทั่วๆ ไป โลกภายนอกจะพบว่า ขณะนี้ไทยไม่มีอำนาจต่อรอง หลังมีการยึดอำนาจพฤษภาคมปีที่แล้ว ไทยเราถูกมาตรการกีดกันทางการทูตในโลกตะวันตก ปรากฏว่ามีผลกระทบกระเทือนน้อยมาก มีสัมพันธ์สหรัฐอเมริกาที่ได้รับผลกระทบกระเทือนมาก เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับประเทศที่มีการยึดอำนาจ ที่เหลือทั้งโลกไม่มีปัญหาในการเข้าหาไทย
(ล่าสุดเป็นฝรั่งเศสที่มาญาติดี หลังจากติเตือนไทยมาเกือบปี ตอนนี้บอกว่า พร้อมจะเข้ามาพัฒนาการสร้างชาติของไทย ฝรั่งเศสได้ปลีกตัวออกจากสหภาพยุโรป เหมือนกับญี่ปุ่นไม่ทำตามนโยบายบอยคอตไทยตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว)
นโยบายต่างประเทศไทยน่าจะปรับนิสัยการทูตเหยียบเรือสองแคม ที่ชอบเอาประโยชน์ฝ่ายเดียว เนื่องจากมีการเปลี่ยนวิถีการเมืองระหว่างประเทศทั้งในระดับอภิมหาอำนาจหรือประเทศในภูมิภาค
ตั้งแต่นี้ต่อไป ไทยควรมีนโยบายที่ชัดกว่าเดิม ต้องมีความเป็นตัวเองมากขึ้น โดยยึดเอาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นที่ตั้ง เรื่องการค้ามนุษย์เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เวลาเราทำจริงมีผู้รับผิดชอบมีผลคืบหน้าที่ต้องยอมรับ
ที่ผ่านมาผู้กุมนโยบายไม่รับผิดชอบ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ผ่านส่งเรื่องที่ทำให้แก่ทีมงานที่เข้ามาดูแล เป็นกระบวนการที่ไม่สิ้นสุด
ไทยควรใช้โอกาสที่สหรัฐกับจีนเจรจากัน ปรับสัมพันธ์ทั้งคู่ให้มีพลวัตสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนผ่านในขณะนี้ เราสนใจการเมืองภายใน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราไม่สามารถละทิ้งประเด็นการต่างประเทศ



