คอลัมนิสต์

 สน.ประเวศโชว์กึ๋นจัดโครงการตำรวจเตือนภัย

สน.ประเวศโชว์กึ๋นจัดโครงการตำรวจเตือนภัย

29 มิ.ย. 2558

สน.ประเวศโชว์กึ๋นจัดโครงการตำรวจเตือนภัย สอนประชาชนเลี่ยงภัยโจรผู้ร้าย : สายตรวจระวังภัย โดยอังสุมา ศรีดอกคำ

              ปัจจุบันนี้คดีอาชญากรรมมีให้เห็นตามข่าวแทบจะทุกวัน ตำรวจเองก็เร่งติดตามตัวคนร้ายอยู่ทุกวี่วัน มีทั้งจับได้บ้าง และจับไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังมีการก่อเหตุได้ทุกวัน สมัยก่อนโจรจะจ้องแต่จะก่อเหตุในที่รกร้าง ไม่มีผู้คน  เพื่อกันการต่อสู้หรือพยานที่จะจดจำใบหน้า แต่โจรสมัยนี้สามารถก่อเหตุได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่ลับตาคน หรือคนพลุกพล่าน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ต่างก็ตกเป็นเหยื่อได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เอง ก็ยังหวั่นใจหากวันใดที่ใส่สร้อยคอทองคำห้อยพระคู่ใจออกจากบ้าน เพราะเมื่อสบโอกาสพวกขาโจรทั้งหลายก็จะสวมหมวกกันน็อกเต็มใบตระเวนก่อเหตุ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้าทุกท่านพินิจพิจารณาดู จะเห็นได้ว่าโอกาสเป็นเสมือนกุญแจสำคัญในการก่อเหตุอาชญากรรมทุกวันนี้ ยกตัวอย่างให้เห็นกันชัดๆ อย่างการเดินเล่นโทรศัพท์ หรือแท็บเล็ต ริมถนน ทุกท่านก็จะก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง เป็นโอกาสนาทีทองให้โจรทั้งหลายได้ก่อเหตุ
    
              จากนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.4 ที่จะลดอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พ.ต.อ.เมธา เจียมไกรศรี ผกก.สน.ประเวศ จึงได้ริเริ่มโครงการตำรวจเตือนภัย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังสามารถปฏิบัติงานได้จริง เห็นผลจริง โดยโครงการดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางออกไปให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องพฤติกรรมของคนร้าย สิ่งที่ควรกระทำหลังเกิดเหตุ และที่สำคัญวิธีที่พวกเราทุกคนสามารถที่จะช่วยกันลดโอกาสในการก่อเหตุอาชญากรรมได้ มาดูวิธีการลดโอกาสในการวิ่งราว
    
              พ.ต.อ.เมธา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้หญิงเรามักจะชอบสะพายกระเป๋าบนไหล่ข้างที่ถนัด และคนส่วนใหญ่ ก็มักจะถนัดข้างขวา ทุกคนอาจจะคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคิดดีว่าขณะที่เราสะพายกระเป๋าบนไหล่ข้างขวา และกำลังเดินไปรอรถประจำทางตามป้ายรถเมล์ กะเป๋าที่เราสะพายจะไปอยู่ฝั่งผิวจราจร จะเปิดโอกาสให้โจรที่อาจจะใช้รถจักรยานยนต์ในการก่อเหตุชิงทรัพย์ของเราไปอย่างง่ายดาย วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อที่จะรอดพ้นจากการก่อเหตุในลักษณะนี้ก็ง่ายๆ แค่ไม่สะพายกระเป๋าในทิศทางเดียวกับพื้นผิวจราจร นอกจากนี้ยังมีวิธีการลดความเสี่ยงชนิดที่บางคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างการไม่ควรฉีดน้ำหอมในรถแท็กซี่ เพราะในน้ำหอมของผู้หญิงจะมีสารที่มีชื่อว่า ฟีโรโมน ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นเพศตรงข้ามได้ จากการสอบถามคนขับแท็กซี่รายหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีข่มขืน สารภาพสาเหตุในการก่อคดีนี้ว่า เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น หลังจากที่เห็นผู้โดยสารสาวรายหนึ่งฉีดน้ำหอมบนรถ เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนอาจคิดไม่ถึง แต่กลับกลายเป็นภัยมหันต์
    
              ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโอกาสที่คนร้ายจะก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากตัวเราเองที่เป็นคนเปิดโอกาสนั้นเอง ซึ่งถ้าจะพึ่งให้ตำรวจทำงานฝ่ายเดียวตามไล่ตามจับกันอย่างไรก็ไม่หมดเสียที เราทุกคนจึงต้องมีความระมัดระวังดูแลตัวเองเสียก่อน “จากการสำรวจในการปราบปรามคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น ให้ปราบปรามอย่างไรก็ไม่หมดเสียที เราจึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ทำอย่างไรก็ได้ให้พวกเขามีความรู้พอที่จะดูแลตนเองได้ จึงจะเป็นแนวทางที่จะสามารถลดปัญหาการก่อเหตุอาชญากรรมได้จริงๆ” พ.ต.อ.เมธา กล่าว