
จะทำกาสิโนต้องตั้งโจทย์เล็กก่อนคำถามใหญ่
จะทำกาสิโนต้องตั้งโจทย์เล็กก่อนคำถามใหญ่ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น
ช่วงที่ผ่านมา ในสังคมไทยคงไม่มีเรื่องไหนที่ร้อนไปกว่า “กาสิโน” โดยสืบเนื่องจากการที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กลุ่มหนึ่งที่ใช้นามว่า “สปช.รักชาติ” เสนอแนวคิดเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าต้องการจะนำเงินจากการเปิดบ่อนมาช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ
แน่นอนว่า เรื่องนี้ถือเป็น “ของร้อน” ซึ่งยังไม่ได้การยอมรับจากสังคมไทยมากนัก และผู้ใดที่เสนอ หรือสนับสนุนเรื่องดังกล่าวมักถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาป
จึงไม่แปลกที่จนถึงวันนี้เรายังแทบจะไม่ทราบเลยว่า สปช.กลุ่มดังกล่าวมีใครบ้าง โดยตอนนี้เท่าที่ทราบก็มีเพียง “พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย” กับ “บุญเลิศ คชายุทธเดช” เท่านั้น ส่วนคนอื่นยังเก็บตัวเงียบ เมื่อไปสอบถามก็ถูกระบุว่า คนอื่นที่สนับสนุนยังช็อกกับกระแสกดดันที่ออกมาจนยังไม่อยากออกมาเปิดเผยตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่กลุ่มนี้กลุ่มเดียวที่ออกมา แต่มีกลุ่มอื่นๆ เคลื่อนไหวสนับสนุนด้วย
และทันทีที่เปิดเรื่องเสนอขึ้นก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับคำสั่งมาจากผู้มีอำนาจคนหนึ่ง เพื่อให้จุดประเด็นดังกล่าวในสังคม ซึ่งต่อมา “สิระ เจนจาคะ” หนึ่งใน สปช. และเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ กปปส. ก็ออกมาระบุว่า มีการรับใบสั่งมาจากใครบางคนแลกกับการได้รับการแต่งตั้งเป็น “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” เมื่อ สปช.หมดอายุลง
“สิระ” ยังบอกอีกว่า เรื่องนี้หากทำสำเร็จมีรางวัลเป็นข้อเสนอเงินอีก 1 หมื่นล้าน นำไปตั้งพรรคการเมืองอีกด้วย
แน่นอนว่า เมื่อมีการเปิดประเด็นมาเช่นนี้ ก็ถึงคราวกลุ่มที่เกี่ยวข้องจะต้องออกมาชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่
รวมไปถึงข้อสังเกตที่ว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้บริหารกาสิโนระดับโลก พยายามเข้าพบผู้มีอำนาจในบ้านเมือง นัยว่าเพื่อล็อบบี้อยากให้บ้านเราเปิด “กาสิโน” ให้ได้
อย่างไรก็ตาม มีอีกคนหนึ่งที่น่าสงสัยว่าไปกินดีหมีหัวใจมังกรมาจากไหน กล้าเดินหน้าเรื่องนี้เต็มตัว เปิดหน้าชนชนิดรายวัน ทั้งที่มีตำแหน่งหน้าที่โดยตรงกับการบังคับใช้กฎหมาย ผู้นั้นก็คือ “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เก้าอี้สูงสุดของตำรวจทั้งประเทศ
ต้องบอกว่า เรื่องนี้ออกตัวแรงตั้งแต่วันแรกๆ พร้อมผลักดันอย่างสุดตัว จนถูกตั้งคำถามว่า เป็นบทบาทที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำถามที่ว่า จะแก้ปัญหาตำรวจรับส่วยบ่อนได้หรือไม่ และจนถึงตอนนี้ก็มีผู้จี้ให้ปลดออกจากตำแหน่ง
แต่เรื่องนี้ “สมยศ” ก็บอกว่า เขาเพียงนำเสนอ ซึ่งไม่น่ามีความผิดอย่างไร เพราะหากใครเห็นชอบเห็นต่างอย่างไรก็สามารถนำเสนอได้ และที่สำคัญยังโยนประเด็นสำคัญที่น่าจับตาเข้ามาคือ การให้ไปถาม “คนทั้งประเทศ” ซึ่งทำให้มองได้ไม่ยากว่า กำลังมองไปที่การทำประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่เรากำลังจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่กำลังอยู่ในกระบวนการแก้ไขก็เปิดโอกาสให้ตั้งคำถามประกบได้อีกสองคำถาม
ดังนั้นหากมีความพยายามอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และได้เสียงตอบรับที่ดีพอ เราอาจเห็นการทำประชามติถามประชาชนว่า ต้องการให้มีการเปิด “กาสิโน” ในประเทศไทยหรือไม่
แต่ก่อนที่จะทำหรือไม่ทำ เราควรตั้งโจทย์ และหาคำตอบของโจทย์ให้ได้เสียก่อนที่จะตอบคำถามใหญ่ว่าจะทำหรือไม่ทำ
คำถามแรก คือ เราต้องการกาสิโนเพื่อประโยชน์อะไรกันแน่ เราต้องการดึงเงินมาช่วยเศรษฐกิจ เราต้องการไม่ให้เงินตรารั่วไหลออกนอกประเทศ หรือเราต้องการกำจัดส่วย หรือเราต้องการให้มีการจัดการที่ง่ายและควบคุมได้
ถ้าทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราต้องการ คำถามต่อไปคือ “กาสิโน” ตอบโจทย์ตรงนั้นได้จริงหรือไม่ “เงิน” ที่ได้จากบ่อนเพียงพอที่จะช่วยเหลือหรือสนับสนุนเศรษฐกิจได้ขนาดไหน และเงินที่ได้มานั้นเป็นเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบปกติอยู่แล้วหรือไม่
เงินตราจะไม่รั่วไหลออกนอกประเทศจริงหรือไม่ คนจะไม่ไปเล่นบ่อนนอกประเทศจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรากำหนดสเปกผู้เล่นไว้ค่อนข้างสูง
และหากเราต้องการจำกัดผู้เล่นให้เฉพาะคนรวย บ่อนเล็กๆ จะยังอยู่หรือไม่ และกลายเป็นช่องทางทำมาหากินสีเทาเหมือนที่เกิดทุกวันนี้หรือไม่
ดังนั้นก่อนจะถามว่า “ทำหรือไม่ทำ” ต้องถามว่า “ทำแล้วได้จริงหรือไม่” ถ้าทำได้จริงก็ทำไปเถิด



