คอลัมนิสต์

อนาคตสัมพันธ์ไทย-จีน40ปีข้างหน้า

อนาคตสัมพันธ์ไทย-จีน40ปีข้างหน้า

23 มิ.ย. 2558

อนาคตสัมพันธ์ไทย-จีน 40ปีข้างหน้า : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              อีกไม่กี่วันไทยกับจีนจะเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีสัมพันธ์ไทย-จีนที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1975 ซึ่งได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลานาน

              ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องพิจารณาถึงสภาพที่แท้จริงของสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ เพราะที่ผ่านมามีแต่เจ้าหน้าที่ นักธุรกิจ และนักการทูต ต่างก็บอกว่าสัมพันธ์ไทย-จีนดีเลิศ คนไทย-จีนเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเดียวกัน พูดตรงๆ “คุณภาพ” สัมพันธ์ไทย-จีนยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่มีความเป็นบูรณาการอย่างที่พูดกัน เพราะมันมุ่งไปที่ทำตัวเลขและเน้นการค้าการลงทุน

              ตอนนี้โชคดีหน่อย มีการสอนภาษาจีนมากขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ทำให้มีคนเรียนภาษาจีนกลางมากขึ้น ถึงกระนั้นก็ดี ภาษาจีนที่เรียนกันนั้น ไม่ว่าจะในระดับประถม มัธยม มหาวิทยาลัยยังใช้ไม่ได้ ในเวลาทำมาหากิน

              ต้องยอมรับ นักเรียนบางคนที่ขีดความสามารถสูง สามารถศึกษาต่อในระดับสูงและใช้ภาษาได้อย่างดี แต่มีน้อยมาก ที่ทำกันไม่มีระบบไม่มีใครดูภาพรวม ทำให้การศึกษาภาษาจีน (ซึ่งเหมือนกับภาษาอักฤษ) ไม่ได้มีคุณภาพและใช้งานได้

              ปีนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 6 ล้านคน มาไทย จากจำนวน 26 ล้านคน แถมยังเน้นว่าจะนำเงินเข้าประเทศเป็นจำนวนมากมาย แต่ไม่มีใครออกมาเตือนว่า บ้านเรายังไม่มีขีดความสามารถในการรับรองจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากขนาดนั้น เราขาดบุคลากรล่ามภาษาจีน ไม่มีเครื่องหมายหรือป้ายสาธารณะที่เป็นภาษาจีน นอกจากนั้นความรู้และความเข้าใจของคนไทยที่มีต่อจีนอยู่ในระดับต่ำ

              คนที่มักพูดว่า ไทย-จีนมีลักษณะคล้ายกัน ไม่ต้องห่วง ตามจริงน่าห่วงมาก วัฒนธรรมไทย-จีน มีข้อแตกต่างมาก (เหมือนกัยไทย-ลาว) ต้องมีความละเอียดอ่อน และเข้าใจคนจีนที่เข้ามาเที่ยว

              ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันว่า ชาวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทยในช่วงสองสามปีส่วนใหญ่มาจากทั่วประเทศจีน คือบ้านนอกดีๆ นั้นเอง ไม่ได้จำกัดอยู่ในเมืองหลวงปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ คนเหล่านี้ยังไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศสักครั้ง บางคนยังไม่เคยไปปักกิ่ง หรือเมืองข้างเคียงด้วยซ้ำไป

              แต่กลุ่มนี้เวลาจะเดินทางไปเมืองนอกสักครั้ง ต่างเลือกมาไทย เพราะว่าพวกเขารู้สึกดี ไม่แปลกแยก บรรยากาศในไทยสร้างความรู้สึกนี้ได้ดี นอกนั้นอาจจะเป็นเพราะมีญาติโยมอยู่ในไทยก็เป็นได้

              เวลาคนจีนพูดเสียงดังราวกับเถียงกันนั้น บางครั้งเป็นการสื่อสารที่พวกเราเองไม่เข้าใจ เนื่องจากชาวจีนมาจากต่างจังหวัดใช้ภาษาต่างออกไป มีสำเนียงท้องถิ่นแปลกๆ ฉะนั้นเวลาคนไทยได้ฟังคนจีนพูดหรือพบในท้องถนนนั้น เป็นคนกลุ่มนี้ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจว่า พวกเขาพยายามส่งภาษาด้วยกัน ไม่ได้เถียงกัน

              รัฐบาลไทยและกทม.ต้องอบรมเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องทางด้านภาษาและวัฒนธรรมอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วมิตรไมตรีไทยอาจจะมีปัญหา เนื่องจากมีคนจีนมาเที่ยวไทยเยอะมากขนาดนี้ โอกาสจะมีเรื่องจุกจิกเอามาฟาดหัวข่าวมีได้ทุกวัน (เหมือนกับนักท่องเที่ยวไทยที่ทำตัวเหลวไหลในญี่ปุ่น) ซึ่งสามารถทำร้ายสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวได้

              นอกจากนั้นไทยต้องเข้าใจจีนมากขึ้นว่า การทำธุรกิจกับจีนมีความเป็นสากลมากขึ้น ฉะนั้นการติดต่อพิจารณาต้องมีธรรมาภิบาล ยิ่งตอนนี้จีนต้องการเสนอตัวเองเป็นตัวเลือกหรือทางเลือกทั้งทางด้านเศษฐกิจและการเมือง

              สัมพันธ์ไทย-จีนยังไม่บูรณาการเหมือนกับสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่นหรือสหภาพยุโรป จำเป็นต้องมีการปรับ โดยเฉพาะทางคุณภาพดีขึ้น ไม่ใช่จะเอาแต่ตัวเลข ปีนี้เป็นช่วงที่ดีที่จะปรับสัมพันธ์นี้ให้มีพลวัตที่สมน้ำสมเนื้อกับความยิ่งใหญ่ของจีนและไทย ที่มีจุดยุทธศาสตร์ในผืนแผ่นดินเอเชียอาคเนย์ที่ใครก็อยากคบด้วย

              ใน 40 ปีข้างหน้าสัมพันธ์ไทย-จีนต้องมีหลายมิติ รวมทั้งทางด้านยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เป็นแบบในปัจจุบัน เราใช้โอกาสนี้สร้างพื้นฐานที่ดีต่อสัมพันธ์กับจีนในช่วงที่ประเทศทั้งสองยังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะโดยไม่มีคู่แข่ง