
ตู่พบศูนย์ปรองดอง!หรือแค่ขอเปิดพีชทีวีเปิดปาก
ตู่พบศูนย์ปรองดอง!หรือแค่ขอเปิดพีชทีวีเปิดปาก : กระดานความคิด โดยสำราญ สมพงษ์
บรรยากาศการเข้าพบศููนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ โดยพบ พล.ท.บุญธรรม โอริส รองผอ.ศปป. ระบุเพื่อเป็นการหารือเพื่อหาแนวทางปรองดอง
นายจตุพร บอกว่า จะเสนอเพิ่มเติมจากการเสนอในกลุ่มใหญ่คือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและการขอเปิดพีชทีวีที่ยังถูกระงับการออกอากาศอยู่
พร้อมกันนี้น้ำเสียงของนายจตุพรก็ไม่ได้แตกต่างจากที่ผ่านมามากนักยังมีฝักมีฝ่ายและค้านการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี จึงยังไม่ออกว่าหนทางปรองดองจะเดินไปทางใดกันแน่
แต่จุดที่น่าสนใจก็คือว่าการขอเปิดพีชทีวีของนายจตุพร แน่นอนสื่อคือกระบอกเสียงที่นักประชาธิปไตยตะวันตกมองว่านี้คือเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่มนุษย์สามารถแสดงออกได้ แต่ชื่อของทีวีคือ "พีชทีวี" ที่มีความหมายว่า "ทีวีแห่งสันติภาพ" ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เป็นสื่อเพื่อสันติภาพจริงหรือไม่หรือเป็นเพียงกระบอกเอาไว้คอยโจมตีฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้น หากการมีของทีวีมีเพียงเท่านั้นแล้วสันติภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะความขัดแข้งทางการเมืองและสังคมที่ผ่านมา การใช้สื่อก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการสร้างความขัดแย้ง
เปิดความรัก‘พระว.’โลกทั้งผองพี่น้องกัน แนะแนวปฏิรูปสงฆ์เน้นสงเคราะห์โลก : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน
สำหรับความหมายของคำว่า "สันติภาพ"นั้นพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ประธานมูลนิธิวิมุตติยาลัย พระนักบรรยายนักเขียนชื่อดัง ได้ให้ไว้ในการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "โลกทัศน์สันติภาพ" แก่นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) รุ่นที่ 3 ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดี มจร เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร รุ่นที่ 1- 3 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมาไว้ว่า ตามความหมายทั่วไปแล้วจะมีการแยกส่วนกันระหว่างคำว่า "สันติภาพ" กับคำว่า "สันติวิธี" ตามแนวความคิดแบบวิทยาศาสตร์ตะวันตก จึงทำให้นักสันติภาพบางคนมีชีวิตส่วนตัวอาจจะไม่มี "สันติภาพ" ก็ได้ แต่สำหรับความหมายในเชิงพุทธแล้วจะมองเป็นองค์รวมระหว่าง คำว่า "สันติภาพ" กับคำว่า "สันติวิธี" ดังนั้นนักสันติภาพจะต้องมีภาวะ "สันติภาพ" ภายในด้วย
"เมื่อนักสันติภาพทั่วโลกมองมีการแยกส่วน จึงทำให้หลายครั้งคนทำงานด้านสันติภาพไม่มีสันติภาพ เหมือนพัดลมเป่าให้คนอื่นเย็น แต่ตัวเองร้อน สันติภาพกับหนทางสันคิภาพจังเป็นเรื่องเดียวกัน แต่พระพุทธองค์ให้มององค์รวม เช่น พรหมวิหาร 4 ควรนำมาใช้ทั้ง 4 ประการไม่ใช่นำมาใช้ข้อใดข้อหนึ่ง อย่างเช่น "เมตตา กรุณา" คนไทยมักนำมาใช้ แต่พอ "มุทิตา" เห็นคนอื่นได้ดีกลับเฉย เพราะสังคมไทยมีลักษณะเป็นสังคมอิจฉากัน ยิ่ง "อุเปกขา" ยิ่งมึนใหญ่ไม่รู้จะเอามาใช้อย่างไรทั้งๆที่เป็นหลักการที่สำคัญ" "พระว.วชิรเมธี" กล่าว
สำหรับ"โลกทัศน์สันติภาพ" ในมุมมองของ "พระว.วชิรเมธี" ได้เกี่ยวกับการสร้างสันติภาพไว้ว่า (1) โลกทั้งผองพี่น้องกันควรรักและถนุถนอมกันโดยเป็นการแผ่เมตตาแบบไม่มีขอบเขต (2) ศัตรูคือมิตรสะกิดใจให้เราเข้มแข็ง ศัตรูแข็งกล้าเพียงใดยิ่งทำให้การสร้างบารมีได้ยิ่งใหญ่มากเพียงนั้น (3) อภัยทาน อย่าทำให้ใครกลัวเรา และพร้อมที่จะให้อภัยศัตรูของเราในทุกวินาทีแห่งลมหายใจ (4) สรรพสิ่ง และชีวิตต่างๆสัมพันธ์เป็นหนึ่งตามหลักปฏิจจสมุปบาท ควรเอาเขามาไว้ในใจเรา และเอาเราไปไว้ในใจเขา
"ถ้าเราแผ่เมตตาได้ เราสามารถรักคนทั้งโลกได้ ถ้าเราโลกทัศน์แคบ เราจะไม่สามารถรักคนทั้งโลกได้รักต้องคนทั้งโลกโดยไม่มีเงื่อนไข จิตใจไร้พรมแดน ชื่อเป็นสมมุติ ให้ทะลุความเชื่อของเรา ว่า เขาเป็นสิ่งมีชีวิต มองโลกทั้งผองเราเป็นพี่น้องกันสมมุติบัญญัติ คนส่วนมากติดสมมุติ ซึ่งการจะถอนสมมุติได้ต้องใช้วิปัสสนากรรมฐาน" "พระว.วชิรเมธี" กล่าว
ดังนั้น ชั้นต้นนี้หากการเมืองสังคมไทยยึดหลักสาราณียธรรมพูดจากกันด้วยความรักหรือปิยวาจา เว้นวจีทุจริต 4 ที่สำคัญคือคำหยาบและส่อเสียดเท่านี้เวทีการเมืองและสังคมไทยคงจะน่ารักมากขึ้น ถ้าไม่ยึดหลักนี้แล้วการตั้ง "พีชทีวี" จะมีประโยชน์ต่อส่วนรวมได้อย่างไร



