คอลัมนิสต์

ตร.ภาค5เร่งกวาดล้าง'โซเชียลมีเดีย'-แจ้งเตือนด่านตรวจ

ตร.ภาค5เร่งกวาดล้าง'โซเชียลมีเดีย'-แจ้งเตือนด่านตรวจ

18 มิ.ย. 2558

ตร.ภาค 5 เร่งกวาดล้าง'โซเชียลมีเดีย'-แจ้งเตือนด่านตรวจ : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา ศรีสุภมาตุ

             หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สั่งกำชับตำรวจทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบหาเว็บไซต์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะไลน์ ที่คอยแจ้งพิกัดด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือว่ามีความผิด เพราะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลด้านความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่สามารถจับกุม 3 แอดมิน ไลน์ด่านเชียงใหม่ ที่มีสมาชิกกว่า 9 หมื่นคน ที่มักคอยส่งข้อมูลการตั้งด่านให้แก่สมาชิกอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า แอดมินทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี สาเหตุที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

             เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า การแจ้งจุดตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่ามีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้สามารถหลุดรอดการตรวจจับของตำรวจไปได้ ซึ่งการตั้งด่านตรวจไม่ใช่เฉพาะเป็นการตรวจในเรื่องของแอลกอฮอล์ หรือการกวดขันวินัยจราจร เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ อาทิ ยาเสพติด อาวุธปืน หรือผู้ที่หนีหมายจับทางราชการ

             อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ มีการแจ้งเตือนประเภทนี้ทั้งช่องทางไลน์ เพจเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ มีกว่า 20 กลุ่ม และบางกลุ่มมีสมาชิกร่วมแสนคน โดยเฉพาะกลุ่มไลน์ด่านเชียงใหม่ ที่มักมีการแจ้งเตือนการตั้งด่านตรวจของตำรวจใน จ.เชียงใหม่ทุกวัน เพื่อใช้ในการหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใส่หมวกกันน็อก และผู้ที่เมาแล้วขับ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนกว่า 9 หมื่นคน และมีการช่วยเหลือส่งข้อมูลการตั้งด่านตลอดเวลา ซึ่งจากการสืบสวนยังทราบด้วยว่า ขบวนการขนยาเสพติด ก็ใช้ช่องทางการแจ้งเตือนนี้ในการหลบเลี่ยงตำรวจด้วยเช่นกัน

             ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวแอดมิน หรือผู้ที่ดูแลไลน์ด่านเชียงใหม่ ได้จำนวน 3 ราย และยังคงหลบหนีอีก 3 ราย โดยพบว่าแอดมินทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี บางรายตรวจพบสารเสพติดในร่างกายด้วย ขณะที่ทุกคนให้การรับสารภาพว่า สาเหตุทำลงไป เพราะความคึกคะนอง และไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมา โดยเฉพาะขบวนการขนยาเสพติดที่อาศัยการแจ้งเตือนนี้ในการหลบเลี่ยงการจับกุม เบื้องต้นได้นำตัวแอดมินที่พบเสพสารเสพติดไปบำบัด และปรับทัศนคติแล้ว เนื่องจากยังคงเป็นเยาวชน หลังการจับกุมแอดมินไลน์ด่านเชียงใหม่พบว่าบรรดาแอดมิน เว็บเพจ เว็บไซต์ต่างๆ มีการปิดตัวลง แต่เจ้าหน้าที่จะสืบหาเบาะแสต่อไป เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามความผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

             "ไม่ใช่เมืองไทยที่เดียว แต่ทุกประเทศนานาอารยะ ที่มีการเข้มงวดด้านกฎจราจร รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ ซึ่งก็มีเป้าหมายเพื่อที่จะป้องปราม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง โดยเฉพาะเรื่องของเมาแล้วขับที่เป็นบ่อเกิดเหตุความเสียหายร้ายแรงถึงแก่ชีวิต หลายครั้งที่คนบริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิต หรือหมดอนาคตเพราะความเห็นแก่ตัวของคนที่ดื่มโดยขาดสติ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่รถยนต์ชนกลุ่มจักรยาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 คน เมื่อไม่นานนี้ ก็สืบเนื่องมาจากการดื่มสุราโดยขาดสติเช่นกัน” พล.ต.ต.ปชา กล่าว