คอลัมนิสต์

เสียบ แซะ แงะ งัด ลือ‘ปฏิวัติซ้อน’

เสียบ แซะ แงะ งัด ลือ‘ปฏิวัติซ้อน’

16 มิ.ย. 2558

เสียบ แซะ แงะ งัด ลือ‘ปฏิวัติซ้อน’ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมี “นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง” ในช่วงนี้ แล้วมีคนนำไปขยายความต่อ โดยเฉพาะเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อ คสช.

               นั่นก็คือ การปฏิวัติซ้อน!

               “เรื่องนี้คงเป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากเห็นความราบรื่นในประเทศ อยากให้เกิดความแตกแยกในความคิด ซึ่งในระดับบนจริงๆ แล้ว ทั้งรัฐบาลและ คสช.รู้ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นไปไม่ได้ แต่อาจจะส่งผลต่อความรู้สึกของคนที่ไม่รู้ ต้องช่วยกันชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่า ประเทศชาติมีความมั่นคงดี ทั้งทหารและตำรวจที่อยู่ฝ่ายความมั่นคงรับฟังและสนับสนุนรัฐบาลทุกอย่างอยู่แล้ว” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ชี้แจงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

               ก่อนจะถึงคำถามว่า จริงเท็จแค่ไหนในเรื่องนี้ ก็คงมีคนถามก่อนว่าทำไมต้องเป็น พล.อ.อุดมเดช ที่ต้องตอบคำถามนี้ 

               ก็คงต้องตอบว่า ในบรรดาเหล่าทัพที่มีขีดความสามารถสูงสุดในการปฏิวัติ ก็ต้องยกให้ กองทัพบก ที่แค่ใช้กองทัพภาคที่ 1 เข้ายึดอำนาจ ก็ต้องเรียกว่า “เหลือเฟือ” แล้ว เหมือนอย่างที่ยึดอำนาจครั้งล่าสุด

               ซึ่ง พล.อ.อุดมเดช ก็ยืนยันแล้วว่า กองทัพเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล คสช.กับรัฐบาลก็หารือกันทุกสัปดาห์

               นั่นก็ต้องเรียกว่า เป็นการยืนยันสัมพันธภาพที่หนักแน่นและสุภาพตามแบบฉบับ “บิ๊กโด่ง” อยู่แล้ว

               คงไม่ออกมาบอกกับนักข่าวว่า “ก็คสช.ตั้งผมเป็นผู้บัญชาการทหารบกมากับมือ แล้วผมจะไปยึดอำนาจเขาทำไม” เป็นแน่ คสช.เอง ถ้าไม่ชัวร์ 100% ก็คงไม่ตั้งบิ๊กโด่ง ป่านนีี้ผู้บัญชาการทหารบก ก็น่าจะชื่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ไปแล้ว

               ทีนี้ค่อยมาดูว่า ข่าวที่ว่านั้นมาจากไหน ถาม “บิ๊กโด่ง”  ก็ได้คำตอบมาแล้วว่า เป็น “แนวคิดของคนภายนอก” แต่ถ้าไปตามดูการสื่อสารของคนเสื้อแดง ก็จะเห็นว่ามีการส่งต่อข่าวเชิงวิเคราะห์กันมาหลายวันล้ว ต่อเนื่องจากช่วงที่มีข่าว “บิ๊กจิ๋ว” ออกมาเคลื่อนไหว ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม จากนั้นก็โดนมือดีโยนไฟใส่มือ ในเรื่องของ คอคอดกระ จนหายเงียบไป

               เพียงแต่เป็นจังหวะเหมาะที่ใกล้มีการจัดโผโยกย้ายนายทหารประจำปี ที่ปกติจะเริ่มขยับกันในเดือนหน้า โดยปีนี้ ระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพเปลี่ยนเกือบทุกเหล่า เว้นแค่ กองทัพอากาศ ที่จะคงเดิม

               เปลี่ยนกันเสียขนาดนี้ ก็ต้องมีการทดสอบแรงกระเพื่อมกันบ้าง!

               ประเด็นที่ละสายตาไปไม่ได้ก็คือ ประเด็นการเมือง ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายว่า รัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร สปช.จะรับได้ไหม ถ้ารับได้ ประชามติจะผ่านไหม

               สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงกระเพื่อมในรัฐบาลและคสช. แต่จะมากพอให้ถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนั้น ไม่น่าจะไปถึง

               ความเคลื่อนไหวลักษณะนี้เต็มที่ได้แค่เพียงสร้างสีสัน ให้ได้รับรู้ว่า ยังมีความพยายามที่จะเบียดแซะเพื่อเพิ่มจังหวะก้าวย่างทางการเมืองให้แก่เหล่านักการเมืองทั้งหลาย ในช่วงที่ผู้คนในสังคมยังคงรื่นรมย์กับห้วงเวลาของการปลอดนักการเมือง