คอลัมนิสต์

คำมั่นยึดโยงกับประชาชน

คำมั่นยึดโยงกับประชาชน

11 มิ.ย. 2558

คำมั่นยึดโยงกับประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่วันที่ 9 มิถุนายน 2558

               แม่ค้าคนหนึ่งบอกกับนักข่าวว่า เธอไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทำประชามติเปิดทางให้รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อยู่ต่อไปอีก 2 ปีสำหรับช่วงเวลาที่ต้องใช้ไปกับการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จบริบูรณ์ก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไป เธอบอกว่า มาตรการจัดระเบียบต่างๆ นานาของรัฐบาลทหารทำให้แม่ค้าแม่ขายลำบากไปตามๆ กัน โดยเฉพาะทุกวันนี้สังคมอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพงรัฐบาลก็แก้ไขไม่ได้ ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ให้ความเห็นสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่บริหารประเทศต่อไปอีกสักระยะ ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง และการบริหารงานที่ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสำนักวิจัยต่างๆ ที่นำเสนอผลสำรวจว่าประชาชนกว่าร้อยละ 70 สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ

               หัวข้อว่าด้วย ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งแล้วค่อยปฏิรูป นับเป็นวิวาทะทางการเมืองอันนำไปสูุ่ทางตันที่เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการทำรัฐประหาร และการปกครองในรูปแบบรัฏฐาธิปัตย์ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือสังคมไทยกำลังเผชิญกับความคิดสองขั้ว หนึ่งนั้นเห็นว่า ต้องชำระสะสางการเมืองขนานใหญ่โดยถือเอาการปฏิรูปประเทศเป็นเป้าหมายสูงสุด ส่วนอีกหนึ่งนั้นเห็นไปในทางตรงกันข้าม เพราะเชื่อว่า ไม่ว่าจะปฏิรูปหรือแก้ปัญหาสารพัดในชาติบ้านเมือง จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ตัวแทนผ่านกระบวนการเข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน หลังการรัฐประหารคสช.ได้ประกาศแต่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อทำงานใน 11 ด้านด้วยกัน หากแต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 1 ปี กลับมีหลายเรื่องราวที่สมาชิกสปช.เห็นว่า ต้องหวนกลับไปถามความเห็นประชาชนใหม่ว่า จะปฏิรูปให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งก็คล้ายกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่ง ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

               กระนั้นก็ดี เสียงสะท้อนจากแม่ค้า ซึ่งเป็นสมาชิกคนเล็กๆ คนหนึ่งในสังคมก็เป็นเรื่องชวนคิด เมื่อเธอปรารถนาจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่เธอเชื่อว่าจะเป็นความหวังใหม่ให้หลุดพ้นไปจากพันธนาการทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเข้าหรือออกจากอำนาจ และมีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า ความเห็นของอีกฟากฝั่งที่ปรารถนาให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่แก้ปัญหาชาติที่เป็นเหมือนอาการเน่าในต่อไป ขณะที่ในความเป็นจริงรัฐบาลก็จะต้องแสดงให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาปากท้องนั้น คืบหน้าและเห็นผลแล้วอย่างไร มีอะไรเป็นตัวชี้วัด เพราะขณะที่ภาคธุรกิจส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า การอยู่ในอำนาจต่อไปอีกสักระยะของรัฐบาลไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร ขอเพียงให้ความมั่นใจได้ว่า จะปฏิรูปประเทศหยุดความขัดแย้งได้จริงก็พอแล้ว แต่ยังมีภาคเอกชนส่วนหนึ่งแสดงความวิตกห่วงใยกับภาวะเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังซึ่งส่งสัญญาณชะลอตัวผ่านกำลังซื้อของคนชั้นกลางที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังมองไม่เห็นแนวโน้มทางบวกในอีกอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้านี้

               การแสดงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีนัยสำคัญว่าจะอยู่ต่ออีก 2 ปีด้วยคำพูด "ให้อยู่ต่อก็อยู่ ไปหาทางมา...ขึ้นกับเสียงประชาชน" ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยเฉพาะถูกจับตามองว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจ บางฝ่ายมองไปถึงว่าจะเกิดความวุ่นวายเหมือนในอดีตได้ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า แม้คณะรัฐมนตรี และคสช.ซึ่งเป็นแม่น้ำ 2 ใน 5 สายที่อยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง แต่ระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ก็เห็นๆ กันอยู่ถึงพลังอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในระดับชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ หาใช่เพียงดำรงอยู่ในเชิงโครงสร้างเท่านั้น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนับจากนี้ จึงจำเป็นอยู่เองที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องตัดสินใจทางใดทางหนึ่งเพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับคำมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่าจะรับฟังเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน