
ทรภ.3ระดมช่วยชาวโรฮิงญาลุยปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรม
ทรภ.3ระดมช่วยชาวโรฮิงญา ลุยปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรม : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
กว่า 1 สัปดาห์แล้ว กับภารกิจ "ฐานปฏิบัติการลอยน้ำ” ของ "เรือหลวงอ่างทอง" ในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชาวโรฮิงญา ที่เดินทางเข้ามาในอาณาเขตน่านน้ำไทย โดยภารกิจครั้งนี้มีการประกอบกำลังจาก 3 เหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
โดยมี พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้ควบคุมศูนย์อำนวยการลาดตระเวน และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย หรือ "ศอ.ยฐ." ซึ่งกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติภารกิจไว้ 2-3 สัปดาห์ ก่อนที่จะถอนกำลังกลับหน่วยที่ตั้งตามปกติ
การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจะใช้กำลังจาก "ทัพเรือภาคที่ 3" เป็นกำลังหลัก โดยใช้เรือหลวงอ่างทองเป็น "เรือแม่" ในการจัดตั้งฐานปฏิบัติการลอยน้ำบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งเป็นรอยต่อของน่านน้ำไทยและพม่า
ภารกิจของทัพเรือภาคที่ 3 คือ การจัดกำลังทางเรือ (เรือ อากาศยาน และหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง) ลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีเรือผู้อพยพเดินทางเข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ (พื้นที่ด้านบกตั้งแต่หมู่เกาะสุรินทร์-ชายฝั่ง จ.ระนอง และพื้นที่ด้านใต้ตั้งแต่เกาะหลีเป๊ะ-ชายฝั่ง จ.สตูล) โดยประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน.ภาค 4 สย.1
ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย กำลังทางเรือ 7 ลำ คือ ร.ล.สายบุรี, ร.ล.อ่างทอง, ร.ล.ทยานชล, ร.ล.มันกลาง, เรือ ต.993, เรือ ต.220 และเรือ กร.304 กำลังทางอากาศยาน 4 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องบินลาดตระเวนตรวจการณ์แบบที่ 1 จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องบินลาดตระเวนตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1 จำนวน 1 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 จำนวน 2 เครื่อง
พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึงภารกิจครั้งนี้ว่า กองทัพเรือได้จัดกำลังทางเรือออกปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการค้นหา ให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้อพยพชาวโรฮิงญาในพื้นที่รับผิดชอบด้านทะเลอันดามัน
"การปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมาของทัพเรือภาคที่ 3 ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดกำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศในการลาดตระเวน ค้นหา และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามที่รัฐบาลมอบหมายมายังกองทัพเรือ ซึ่งจากการปฏิบัติในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่พบผู้อพยพชาวโรฮิงญาเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด"
อย่างไรก็ตาม ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยธรรม ส่วนระยะเวลาในการปฏิบัติงานยังกำหนดไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล แต่คิดว่าน่าจะปฏิบัติภารกิจในช่วง 2-4 สัปดาห์ เพราะขณะนี้ฝั่งทะเลอันดามันเข้าสู่ฤดูมรสุมตะวันตกที่จะทำให้ฝนตกมากขึ้น และจะมีคลื่นลมแรง ซึ่งถ้าเปรียบไปก็เหมือนกับช่วงไฮซีซั่น และโลว์ซีซั่น
"เปรียบไปก็เหมือนกับช่วงไฮซีซั่นในพื้นที่จ.ภูเก็ต ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนเมษายน จะเป็นช่วงอากาศดี ชาวโรฮิงญาจึงใช้ช่วงเวลานี้เดินทาง ส่วนช่วงที่เหลือจะเป็นโลว์ซีซั่นจะมีคลื่นลมแรง เป็นอันตรายต่อการเดินทาง ชาวโรฮิงญาจึงยังไม่เดินทางเข้ามา"
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวยืนยันว่า ทัพเรือภาคที่ 3 มีความพร้อมในการดูแลด้านมนุษยธรรม เพราะตามปกติก็มีการฝึกตามวงรอบอยู่แล้ว และต้องการให้เห็นถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่า ถ้าใช้ระยะเวลาปฏิบัตินานเกินไปจะกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้เป็นภาระต่อประเทศมากขึ้น



