
'หนูฮัก'คนสองแผ่นดิน
'หนูฮัก'คนสองแผ่นดิน : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ตำนานสองฝั่งโขงเล่ากันมาว่า สมัยขอมเรืองอำนาจ มีผู้คนอพยพจากเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ภาคเหนือของอาณาจักรล้านช้าง ลงมาตั้งหมู่บ้านชื่อว่า บ้านหลวงโพนสิม หรือเมืองโพนสิมเก่า แล้วยกให้เป็นเมือง ชื่อว่า เมืองหลวงมหาสุวรรณภูมิคำโพนสิมมาเขตต์
ปี 2185 มีชาวบ้านหลายสิบครอบครัวแยกออกไปตั้งบ้านเมืองใหม่เป็นชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง คือบ้านท่าแฮ่ และมีชาวบ้านที่อพยพมาจากบ้านหลวงโพนสิมข้ามไปตั้งบ้านเรือนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง จากนั้นจึงมีก่อตั้งเมืองบังมุก หรือเมืองมุกดาหารขึ้น
คนสองฝั่งโขง "สะหวันนะเขต-มุกดาหาร" จึงมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน เหมือนบทเพลง "สองฝั่งของ" หรือ "สองฝั่งโขง" ที่ประพันธ์โดย สุลิวัต ลัดตะนะสะหวัน คีตกวีเมืองสะหวันไ ด้ร้อยเรียงเอาไว้เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว
"ชาติลาวและไทย ก่อนนั้นเคยได้สัมพันธ์ ร่วมสายโลหิตเดียวกัน เพียงน้ำเท่านั้นมากั้นแบ่งกลาง"
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 ชาวแขวงสะหวันนะเขตมีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ท่านหนูฮัก พูมสะหวัน ที่บ้านท่าเมือง เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต โดยเป็นไปตามนโยบายของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ที่ให้มีการสร้างอนุสาวรีย์ "ผู้นำการปฏิวัติ" รุ่นแรกตามแขวงบ้านเกิด
ในพิธีดังกล่าว ท่านบุนยัง วอละจิด กรมการเมืองศูนย์กลางพรรค ชาวสะหวันนะเขต ได้เป็นประธานในพิธีเปิดแพรคลุมรูปปั้นท่านหนูฮัก พร้อมกับเจ้าแขวงสะหวันนะเขต และครอบครัวของอดีตประธานประเทศ
จริงๆ แล้ว "ท่านหนูฮัก" เกิดที่หมู่บ้านพาลุกา ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งชุมชนแห่งนี้เป็นถิ่นฐานเดิมของชาวบ้านหลวงโพนสิมที่ข้ามโขงมาตั้งบ้านอยู่ทางฝั่งขวา
เมื่อหลายปีก่อน จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับแขวงสะหวันนะเขต มีแผนการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน "ท่านหนูฮัก" โดยจัดสร้างอาคารขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นบ้านของท่านหนูฮักสมัยครั้งใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพาลุกา
ว่ากันว่า การสร้างอนุสรณ์สถานที่บ้านพาลุกา เป็นความประสงค์ของทางแขวงสะหวันนะเขต ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการบันทึกประวัติศาสตร์สายพัวพันคนสองฝั่งโขง
ในวัยหนุ่ม ท่านหนูฮัก พูมสะหวัน ร่วมกับท่านไกสอน พมวิหาน เคลื่อนไหวต่อต้านการรุกรานของจักรพรรดิฝรั่งเศส และเป็นผู้นำการปฏิวัติลาวรุ่นบุกเบิก ที่มีอายุยืนยาวที่สุด และมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคทุกครั้ง นับตั้งแต่การจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิวัติลาวขึ้นครั้งแรกเมื่อ 60 ปีที่แล้ว
เนื่องจากการจากไปอย่างกะทันหันของท่านไกสอน จึงทำให้ท่านหนูฮัก ซึ่งถือเป็นผู้นำอันดับ 2 ภายในพรรค ในเวลานั้น ได้ก้าวขึ้นเป็น "ประธานประเทศ" ตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน 2535 จนถึง 24 กุมภาพันธ์ 2541
ท่านหนูฮัก เป็นประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) คนที่ 4 ต่อจากท่านไกสอน, ท่านพูมี วงวิจิด และท่านสุพานุวง
การจากไปของท่านหนูฮัก เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551 นับเป็นการสูญเสียอดีตผู้นำรุ่นแรกของพรรคอีกครั้งหนึ่ง และท่านคำไต สีพันดอน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานประเทศ ควบตำแหน่งประธานพรรคประชาชนปฏิวัติลาว
"อนุสาวรีย์ที่ฝั่งซ้าย" กับ "อนุสรณ์สถานที่ฝั่งขวา" คือบทบันทึกชีวิต "คนสองแผ่นดิน" ชื่อ หนูฮัก พูมสะหวัน ที่เป็นรูปธรรมที่สุด เช่นเดียวกับเพลงสองฝั่งโขงที่กังวานชั่วนิรันดร์
"ขอฟ้าดินจงเป็นสักขี โปรดคิดปรานี จงอย่าได้มีวันห่าง อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง ฝากฝังชีวีเหนือ นทีสองฝั่งเอย"



