
ดับเครื่องชนเพราะไม่ทนถึงอนาคต
ดับเครื่องชน เพราะไม่ทนถึงอนาคต : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
มีคำถามว่า เหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถึงได้ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับการได้อยู่กับครอบครัว
เริ่มจากการเป็นแขกในงานวิสัยทัศน์ผู้นำเอเชีย ที่เกาหลีใต้ ก็มีการให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงการทำงานของรัฐบาล คสช. พูดถึงอนาคตประเทศไทย
จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์พิเศษ ด้วยถ้อยคำพิเศษ ที่ไม่มีใครคิดว่า จะพูดในเรื่องนี้
ทั้งยังพูดถึงแผนการล้ม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาว ที่ไม่ต่างจากชะตากรรมที่เขาเผชิญว่า ล้วนแต่ไม่ได้เป็นไปเพราะโชคเคราะห์ หากแต่มีการเสกสรรปั้นแต่งให้เป็น
กระทั่ง “องคมนตรี” ก็ยังถูกกล่าวถึง!
หลายคนสงสัยว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงต้องออกมาพูดขนาดนี้ ไม่คิดจะกลับมาแล้วหรือ ไม่คิดว่าจะเป็นการปิดหนทางเครือข่ายที่ยังภักดี และพร้อมจะต่อสู้ทางการเมืองให้ไปเสียแล้ว
หรือและสุดท้ายไม่คิดจะกลับประเทศไทยแล้วใช่ไหม
หน่วยงานด้านความมั่นคงมองว่า เป็นไปได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะคิดเช่นนั้น
อาจเป็นเพราะชัดเจนแล้วว่า เส้นทางของน้องสาวที่แต่แรกยังเชื่อว่า ไม่น่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือถ้าเข้า ก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดคิด
นั่นก็ย่อมหมายความว่า “เครือข่ายเดิม” ที่เคยเข้มแข็ง บัดนี้ไม่สามารถเดินไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกลไกปกติ หรือกลไกพิเศษ
ในแง่ของมวลชนก็ชัดเจนว่า ยากที่จะปลุกเร้าให้มีการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นบนดินหรือใต้ดิน ถึงแม้ในวันนี้ “กฎอัยการศึก” จะถูกยกเลิกไป แต่ทุกคนต่างก็รับรู้ถึง “รังสี” บางอย่างที่คุกคามพวกเขาในทุกย่างก้าว
ถึงแม้ว่า ในวันนี้จะมีประเด็นเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แต่ก็ทำได้แค่ตามกรอบที่ คสช.วางเอาไว้เท่านั้น
ข้อเสนอแนะ หรือเสียงคัดค้านจำเป็นต้องส่งไปตามท่อที่ถูกวางเอาไว้ ช่องทางอื่นนอกจากนี้ไม่เพียงไม่ได้การรับฟัง หากแต่อาจจะเป็นปัญหาในเรื่องอิสระภาพของผู้ที่พยายามแสดงนอกกรอบที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วอีกด้วย
มันก็เลยไม่มีทางออกสำหรับคำพูดที่ว่า รัฐธรรมนูญใหม่นี้ยกเป็รูปแบบร่างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหารัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เปิดทางให้พรรคการเมืองและรัฐบาลเข้มแข็ง แต่กลับกลายเป็นปัญหา ที่ไม่เอื้อต่อสถานการณ์บางสถานการณ์
แม้ไม่ได้เขียนกีดกันกันตรงๆ แต่ก็รับรู้ได้ว่า จะไม่มีการใช้อำนาจแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว... รัฐบาลจะมาแถลงเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเล่นการเมืองในเวทีรัฐสภา แล้วจะขอให้วุฒิสภาแขวน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างที่เคยทำมาอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว
ที่สำคัญ ได้เห็นแล้วว่า “โรดแม็พ” ที่ คสช.ยืนยันว่าจะทำตามนั้นมาตลอด ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เมื่อจะทำประชามติ ที่ไม่รู้เวลาที่ชัดเจนว่า จะใช้เวลากี่เดือนกี่ปี ต่างก็ยอมรับกันหมดแล้ว เพื่อแลกกับการทำประชามติ จะเลื่อนเวลา เลื่อนโรดแม็พ ออกไปก็ไม่มีใครว่า
จนมีคนบอกว่า วันเลือกตั้งวันไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า น่าจะเป็นปลายปี 2559 หรือไม่ก็ต้นปี 2560
ชัดเจนเสียขนาดนี้ ก็ไม่ต้องเก็บงำความรู้สึกกันแล้ว! เพราะถ้าจะให้รอจนถึงวันนั้น ก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมของยิ่งลักษณ์วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวที่ว่ากันที่ 5 แสนล้านบาทนั้น มันมีแรงกดดันอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว
เมื่อกำหนดวันเลือกตั้งเลื่อนออกไปอย่างนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะออกมาชนแหลก เพราะรู้แล้วว่า ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า ค่าเท่ากัน!



