
เตือนภัย... คนร้ายทำทีมาไหว้พระใช้ไขควงงัดตู้เงินบริจาควัด
เตือนภัย... คนร้ายทำทีมาไหว้พระ ใช้ไขควงงัดตู้เงินบริจาควัด : สายตรวจระวังภัย โดยมงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี
ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา ข้าวของมีราคาแพง คนร้ายชุกชุมในหลายพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่วัดวาอาราม คนร้ายยังอุกอาจเข้าไปก่อเหตุ ล่าสุดเกิดขึ้นที่อุโบสถวัดพระขาวชัยสิทธิ์ หมู่ 3 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พ.ต.อ.ประเสริฐ กองเกียรติเจริญ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมนายมารุต ช้างดี อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาจ.อุตรดิตถ์ และน.ส.ดวงดาว จารีวรรณ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาจ.ลำปาง ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าอุโบสถวัดพระขาวชัยสิทธิ์ โดยทำทีเดินเข้าไปภายในโบสถ์ เหมือนกับชาวบ้านปกติที่เข้ามาไหว้พระ
โดยน.ส.ดวงดาว ได้ทำทีจุดธูปไหว้พระประธานภายในโบสถ์ ระหว่างนั้นเองปรากฏว่านายมารุตได้เดินเข้าไปด้านหลังของรูปปั้นสามเณร โดยทางวัดตั้งไว้เป็นตู้รับเงินบริจาคจากชาวบ้านที่ต้องการจะทำบุญ จากนั้นนายมารุตได้ใช้ไขควงที่พกมาด้วยงัดกุญแจตู้ออก และล้วงหยิบเงินเฉพาะธนบัตรเท่านั้น แต่ระหว่างนั้นได้มีกรรมการวัดเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้วิ่งไล่จับทั้งสองภายในโบสถ์ แต่ทั้งคู่ได้วิ่งออกจากวัดหายเข้าไปในหมู่บ้าน วิ่งลัดเลาะไปตามทุ่งนาเพื่อที่จะหาที่ซ่อนตัว แต่สุดท้ายจนมุมที่บ่อดิน อยู่ห่างจากวัดที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านได้ช่วยกันจับกุมตัว และนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี
นายสมจิตร มาสะธรรม กรรมการวัดพระขาวชัยสิทธิ์ และเป็นอส.ตร.บ้านกร่าง เปิดเผยว่า ในโบสถ์และตู้บริจาคตามจุดต่างๆ ของวัดดังกล่าวมักจะถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเงินบริจาคเป็นประจำ ทางวัดจึงได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ที่โบสถ์ โดยก่อนเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. ตนนั่งอยู่ภายในกุฏิพระครูพิทักษ์ชัยสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระขาวชัยสิทธิ์ เจ้าคณะตำบลบ้านกร่าง ระหว่างนั้นตนและเจ้าอาวาสสังเกตจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดเห็นคู่ชาย-หญิง เดินเข้าไปภายในโบสถ์ และสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ โดยฝ่ายหญิงกำลังกราบพระประธานอยู่นั้น แต่ฝ่ายชายที่มาด้วยกันกลับเดินตรงไปที่ด้านหลังรูปปั้นสามเณร
"ลักษณะทั้งสองคนมีพิรุธ ทำให้แน่ใจว่าจะต้องเป็นคนร้ายเข้ามาลักเงินบริจาคแน่ๆ จึงรีบวิ่งจากกุฏิมาที่โบสถ์ โดยขณะนั้นทางฝ่ายชายกำลังลงมือขโมยเงินในรูปปั้นสามเณรอยู่พอดี จึงเข้าไปจะจับกุม แต่ฝ่ายชายเกิดขัดขืน จึงเกิดการต่อสู้กัน จังหวะนั้นผมคว้ากุญแจรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งหลบหนีไปหลังวัดออกไปทางหมู่บ้าน จึงระดมชาวบ้านช่วยกันค้นหาและไปพบตัวที่สระน้ำ ห่างจากวัดประมาณ 2 กิโลเมตร" นายสมจิตร เล่าเหตุการณ์
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพว่า ต้องการหาเงินไปใช้จ่ายชีวิตประจำวัน เนื่องจากเงินไม่พอใช้ จึงคิดหาเงินทางลัดด้วยการตระเวนดูตามโบสถ์ ตามวัด จนกระทั่งมาเจอโบสถ์วัดดังกล่าว เห็นว่าไม่มีพระสงฆ์และคนอยู่ในโบสถ์จึงลงมือก่อเหตุ และไม่ทันสังเกตเห็นว่าภายในโบสถ์มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
เบื้่องต้นทางตำรวจได้แนะนำวัดต่างๆ ควรทำตู้รับบริจาคที่มั่นคงแข็งแรง และปิดทึบ ไม่เป็นกระจกใสที่คนร้ายจะเห็นเงินบริจาคภายในตู้ และไม่ควรที่จะไปตั้งไว้ในที่ลับตา สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีส่วนช่วยเป็นเบาะแสที่สำคัญในการตามจับกุมคนร้าย หากเกิดเหตุ แต่ก็ควรมีพระหรือกรรมการวัดหมั่นมาตรวจสอบเป็นระยะๆ และควรที่จะตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานด้วย



