คอลัมนิสต์

อย่าหลงลืมวาระชาติ

อย่าหลงลืมวาระชาติ

25 พ.ค. 2558

อย่าหลงลืมวาระชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2558

               สาเหตุสำคัญของการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กล่าวสำหรับกรณีเฉพาะหน้าก็คือ เพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดจากการกระทำของคนบางกลุ่มที่ใช้อาวุธสงครามประหัตประหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะมีเป้าหมายอันใดก็ตาม อีกทั้งสถานการณ์ขณะนั้นยังมีแนวโน้มว่า จะนำไปสู่ความรุนแรงที่มีปลายทางอยู่ที่ภาวะสงครามกลางเมืองที่ประชาชนแบ่งฝักฝ่ายหันมาจับอาวุธเข้าฆ่าฟันกัน เพราะการประกาศใช้กฎหมายเพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ ทั้งพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติความมั่นคง ไม่สามารถเป็นเครื่องมือควบคุมสถานการณ์ได้ ในอีกด้านหนึ่งประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวเข้าไปทุกที หลังจากที่รัฐบาลเองนั้นไม่สามารถใช้อำนาจใดๆ ได้อีก หรือเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว เพราะขาดการยอมรับจากคนจำนวนมากไปก่อนหน้า
    
               อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านพ้นไป 1 ปี ดูเหมือนว่าหลายคนอาจจะเริ่มลืมเลือนเหตุการณ์ "ทางตันทางการเมือง" ก่อนหน้ารัฐประหาร บางคนถึงกับออกมาพูดว่า องคมนตรีอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดนั้น ได้ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ออกมาเคลื่อนไหว และตามด้วยทหารเข้ายึดอำนาจ ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง และอาจสร้างความสับสนในสังคมไทยขึ้นมาได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้นก็เป็นอย่างที่กล่าวมาคือ ความขัดแย้งของคนในชาติอันเป็นผลผลิตจากฝ่ายการเมืองที่มุ่งผลประโยชน์กลับสู่อำนาจของตนเองเป็นที่ตั้ง ที่เกิดขึ้่นต่อเนื่องยาวนามาหลายปี และก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ หรือแม้แต่ฝ่ายการเมืองสมประโยชน์แล้วก็ใช่ว่าความขัดแย้งแบ่งฝ่ายนั้นจะยุติลงได้ง่ายๆ
    
               ยิ่งไปกว่านั้น ต้องยอมรับว่า สังคมไทยทุกวันนี้อยู่ในสภาพเหมือนคนป่วยด้วยสารพัดโรค ที่แสดงอาการหนักสุดก็คือ โดนรุมเร้าด้วยมะเร็งร้ายจากการคอร์รัปชั่น ที่พัฒนาจากการโกงกิน และระบบอุปถัมภ์ สู่การทุจริตเชิงนโยบายที่นักการเมืองนำมาใช้หาประโยชน์หลายต่อ ทั้งที่เป็นตัวเงินที่จะนำมาใช้ในการซื้อเสียงเลือกตั้่งต่อไป ทั้งคะแนนนิยมที่ได้จากนโยบายประชานิยม ขณะที่อีกหลายภาคส่วนในสังคมก็ขาดไร้ซึ่งระบบธรรมาภิบาลอันจะนำไปสู่ความวัฒนาถาวรในชาติบ้านเมือง ซึ่งถ้าหากไม่เร่งลงมือผ่าตัดก็มีแนวโน้มว่าสังคมไทยจะเดินไปสู่จุดวิกฤติและอาจจะเป็นรัฐที่ล้มเหลวขึ้นมาจริงๆ การใช้กำลังทหารเข้าทำการปฏิวัติเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จึงเหมือนกับการล้มกระดาน หรือล้างไพ่เพื่อเริ่มต้นวางรากฐานให้ชาติในหลายๆ เรื่อง หาใช่การปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนมือการครองอำนาจอย่างที่บางคนเข้าใจ และพยายามชักชวนให้สังคมไทยไขว้เขวหลงผิดคิดตาม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุเอาไว้ว่า มีคนต้องการที่จะล้มล้างสถาบัน และทหารเพื่อการกลับเข้าสู่อำนาจของฝ่ายตน
    
               แน่นอนว่า การรัฐประหารเป็นวิธีการที่สวนทางกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยและคงไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อโจทย์ของประเทศในยามนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่การ "ประหาร" ผู้อยู่ในอำนาจรัฐเท่านั้น หากแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อการก้าวเดินที่มั่นคงในทุกองคาพยพของชาติบ้านเมือง ภายใต้คำมั่นสัญญาปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้าน ซึ่งจะต้องดำเนินการผ่านหลายกระบวนการ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน วาระแห่งชาติบ้านเมืองยามนี้จึงอยู่ที่ความสมัครสมานสามัคคี ร่วมผลักดันกฎกติกาเพื่อไปสู่การปฏิรูปที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่วาระผลัดเปลี่ยนอำนาจ หรือสมบัติผลัดกันชมแต่อย่างใด