คอลัมนิสต์

ก้าวย่างหลังผ่าน1ปี

ก้าวย่างหลังผ่าน1ปี

22 พ.ค. 2558

ก้าวย่างหลังผ่าน1ปี : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2558

              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปรียบเปรยในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการรัฐประหารและการทำงานของรัฐบาลในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า เป็นเพียงหนังตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงการเข้ามาบริหารประเทศเป็นการชั่วคราว ซึ่งต่อไปก็จะมีรัฐบาลใหม่หลังรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาของหนังตัวอย่างเช่นว่านี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางมากมาย โดยเฉพาะผลสัมฤทธิ์ของการรัฐประหารเพื่อหยุดยั้งวิกฤติการเมืองก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งน่าจะยกอยู่เหนือหรือควรให้ความสำคัญมากไปกว่า ผลงานของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ ทุกกระทรวง กรมกองต่างๆ ทั้งการบริหารแบบวันต่อวันเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการรังสรรค์ผลงานใหม่ภายใต้นโยบายที่วางไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ ของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งก็คือภารกิจปฏิรูปชาติบ้านเมือง

              สถานการณ์บ้านเมืองก่อนการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้วเต็มไปด้วยความขัดแย้ง แบ่งแยกฝักฝ่ายอันเนื่องมาจากความเห็นต่างทางการเมืองแบบสองขั้วที่ดำรงติดต่อกันมานับทศวรรษ และปะทุขึ้นเหมือนฝีแตกเมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย อันสะท้อนให้เห็นถึงการเมืองที่ขาดไร้ธรรมาภิบาลโดยสิ้นเชิง ประชาชนจำนวนนับแสนนับล้านออกสู่ท้องถนน นำไปสู่การฆ่าฟันกันและกัน และมีแนวโน้มว่าจะบานปลายสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ขณะเดียวกัน ก็ปรากฏว่าเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นจากการบริหารงานภายใต้โครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่อาศัยเสียงข้างมาก และสารพัดกลไกที่ถูกทำให้ง่อยเปลี้ยสร้างความชอบธรรม รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่องค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การเข้ามาของคสช.จึงถือเป็นการคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองยามหน้าสิ่วหน้าขวานไปได้เปลาะหนึ่ง

              อย่างไรก็ตาม ตลอด 365 วันที่ผ่านมานี้ ถ้าหากพิจารณาจากการทำงานของแม่น้ำทั้ง 5 สายอันได้แก่ คณะรัฐมนตรี คสช. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อแบ่งคร่าวๆ ออกเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ กับฝ่ายบริหาร เพื่อชั่งน้ำหนัก ก็จะพบว่า การบริหารงานของรัฐบาล เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและการเบิกจ่ายงประมาณล่าช้า เครื่องจักรเศรษฐกิจหลายตัวหยุดเดิน พร้อมๆ กับความพยายามผลักดันผลงานใหม่ๆ ที่เป็นเมกะโปรเจ็กท์ ส่วนในด้านนิติบัญญัติถูกจัดวางน้ำหนักไปที่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูเหมือนจะกลายเป็นวาระแห่งชาติที่หลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่ากฎหมายแม่บทฉบับนี้จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาวิกฤติการณ์ก่อนปฏิวัติได้หรือไม่

              1 ปีของการรัฐประหารและรัฐบาลคสช.จึงเป็นแค่ 1 ปีของหนังตัวอย่างดังที่พล.อ.ประยุทธ์ว่าไว้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาที่หยั่งลึกถึงรากของชาติบ้านเมืองก็คือ ความขัดแย้งทางความคิดที่จะต้องใช้เวลาและความพยายามในการปัดเป่าเยียวยาให้ลุล่วง  พล.อ.ประยุทธ์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า การเลือกตั้งอาจเลยกำหนดไปจากเดิมอีก 3-4 เดือน เพราะต้องผ่านขั้นตอนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เวลาที่เหลือนับจากนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่แม่น้ำทั้ง 5 สายจะได้เร่งผลักดันให้การวางรากฐานอันจะนำไปสู่การปฏิรูปบ้านเมืองให้สำเร็จลุล่วงได้มากที่สุด แม้บางเรื่องจะยากเย็นแสนเข็ญและต้องใช้เวลานานก็ตาม และในความเป็นจริง ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่รัฐบาล คสช.และคณะจะทอดเวลาอยู่ยาวต่อไปด้วยเหตุผลที่ว่า ยังแก้ปัญหาไม่ลุล่วง