
สน.อุดมสุขลับเขี้ยวเล็บฝึกยุทธวิธี-ล้างบางอาชญากรรม
สน.อุดมสุขลับเขี้ยวเล็บ ฝึกยุทธวิธี-ล้างบางอาชญากรรม :สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล
คดีจี้ปล้นชิงทรัพย์ นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น สาเหตุหลักคงหนีไม่พ้นภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง จนกลายเป็นเหตุรายวันที่ตำรวจต้องระดมกำลังเข้ามากวาดล้างและสกัดกั้น เฉพาะในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ ระหว่างรอยต่อปริมณฑลคือ จ.สมุทรปราการ พื้นที่ของ สน.อุดมสุข ซึ่งมีอาณาเขตรับผิดชอบกว่า 2 หมื่นตารางกิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนบ้าน 83,075 คน ประชากรแฝงอีก 80,000 คน พักอาศัยอยู่ใน 21 ชุมชน
จากสถิติข้อมูลอาชญากรรมปี 2556-2557 พบคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และยาเสพติด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับ "อาชญากร" ส่วนใหญ่ใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผกกสส.สน.อุดมสุข จึงนำตำรวจสายสืบ สน.อุดมสุข เข้าคอร์สติวเข้มฝึกฝนเขี้ยวเล็บทักษะการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยมือเปล่า กฎการใช้กำลัง การใช้อาวุธปืนคู่กาย ภายใต้โครงการยุทธวิธีการต่อสู้แบบ Close Quarters Battle (CQB) โดยมีผู้เชี่ยวชาญชุดอรินทราชเป็นวิทยากรและผู้ฝึกสอนใช้เวลาฝึก 48 ชั่วโมง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.เนติ ระบุว่า จากการประชุมฝ่ายสืบสวนได้สอบถามตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ว่าเคยฝึกยิงปืนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นที่น่าตกใจคือ เคยใช้อาวุธปืนยิงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และไม่เคยมีใครได้รับการฝึกอย่างถูกต้องมาก่อน ดังนั้น จึงเห็นควรจัดโครงการฝึกอบรมทบทวนในครั้งนี้ขึ้นมา เนื่องจากตำรวจสายสืบมีหน้าที่ออกตรวจพื้นที่ สืบสวนหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานต่างๆ เพื่อสืบเสาะถึงผู้ต้องหาทางคดี และสืบสวนติดตามจับกุมตัวอาชญากรมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงสืบสวนตรวจค้นคดียาเสพติด แหล่งพักยา ที่พักอาศัยของพ่อค้ายาเสพติด ทั้งในชุมชน อพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านพัก ฉะนั้น การอบรมหรือทบทวน เพื่อให้เกิดความชำนาญการใช้อาวุธจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
"งานสืบสวนเป็นงานเสี่ยงอันตราย ผู้ปฏิบัติงานทุกนาย จำเป็นต้องมีความรู้ ในเรื่องของกฎการใช้กำลัง ทักษะในการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยมือเปล่า ทักษะการใช้อาวุธปืน กรณีคนร้ายใช้ปืนต่อสู้ขัดขวาง ทักษะประกอบกำลังเป็นทีม ในการเข้าตรวจค้นจับกุม เพิ่มประสิทธิภาพทักษะบุคคล ทักษะการใช้อาวุธปืนภายใต้ภาวะกดดัน เพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่" รองผกก.สน.อุดมสุข กล่าว
ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของฝ่ายสืบสวน ไม่ได้เป็นไปตามยุทธวิธีการต่อสู้แบบ Close Quarters Battle (CQB) อย่างถูกต้อง ดังนั้น จึงมีการเชิญครูฝึกจากหน่วยอรินทราช เข้ามาฝึกอย่างเข้มข้น โดยใช้งบประมาณส่วนตัว และพ.ต.ท.สุพจน์ พุ่งแหยม สว.สส.สน.อุดมสุข เป็นค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ เนื่องจากทางการไม่มีงบสนับสนุนในส่วนนี้ แต่รู้สึกเสียดาย เพราะเห็นความตั้งใจของตำรวจทุกนายที่มีความตั้งใจในการฝึกฝน พร้อมเรียนรู้ทุกยุทธวิธี โดยผลที่ได้หลังการฝึกนั้น ตำรวจทุกนายมีความมั่นใจในการทำหน้าที่มากขึ้น มีความปลอดภัย ลดการบาดเจ็บ และลดการสูญเสีย เนื่องจากตำรวจทุกนายมีคนรักและห่วงใยรออยู่ที่บ้าน



