คอลัมนิสต์

เส้นทางค้าอาวุธและค้ามนุษย์

เส้นทางค้าอาวุธและค้ามนุษย์

21 พ.ค. 2558

เส้นทางค้าอาวุธและค้ามนุษย์ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

              ในโซเชียลมีเดียกำลังร้อนแรงด้วยประเด็น "โรฮิงญา" กับหลักมนุษยธรรม ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาโรฮิงญามิได้มีแค่มิติมนุษยธรรม หากแต่ยังมีมิติการเมืองระหว่างประเทศ และการก่อการร้าย

              จริงๆ แล้ว บนเส้นทางค้ามนุษย์ผ่านทะเลอันดามัน จากบังกลาเทศสู่ปลายทางไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในทางตรงกันข้าม มันก็เป็นเส้นทางค้าอาวุธด้วย

              นานนับสิบปีแล้ว อาวุธจากประเทศอินโดจีนเดินทางผ่านไทยไปยังทะเลอันดามัน โดยทางเรือเข้าไปยังบังกลาเทศ กระทั่งไปกระจายเข้าไปอยู่ในมือของ "องค์กรปฏิวัติ" ทางชายแดนฝั่งตะวันตกของพม่า, ในเขตเทือกเขาแห่งจิตตะกอง บังกลาเทศ และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

              อันดามันมิได้เป็นเขตการค้ามนุษย์เท่านั้น หากแต่ยังเป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธขององค์กรปฏิวัติหลายกลุ่ม

              อาวุธเถื่อนจากภูเก็ตจะส่งผ่านเข้าไปสู่แหลมเทคเน็ตของบังกลาเทศโดยทางเรือ และไหลต่อไปสู่ตำบลค็อกซ์บาซาร์ (Cox's Bazar) เมืองจิตตะกอง จากนั้นค่อยกระจายโดยทางบกเข้าไปสู่มือของนักรบหลายชาติพันธุ์ในเขตป่าเขา

              เส้นทาง "ค้ามนุษย์" กับ "ค้าอาวุธ" เหมือนทางสวนเลน เลนหนึ่งขนมนุษย์มาขาย และอีกเลนหนึ่งก็ขนอาวุธไปเร่ขาย

              อาวุธที่ผ่านทะเลอันดามันเข้าไปยังบังกลาเทศ อีกส่วนหนึ่งยังมาจากสิงคโปร์ ส่วนใหญ่อาวุธจากแหล่งนี้มักเป็นของใหม่ที่พ่อค้าอาวุธนำเข้ามาจากสหรัฐ, ยุโรป และยุโรปตะวันออก

              ตลาดอาวุธเหล่านี้คือ "กองกำลังติดอาวุธ" ในภาคอีสานของชมพูทวีป และปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรปฏิวัติเกิดขึ้นมากมายคือ ความหลากหลายทางชนชาติ และการปกครองอันอยุติธรรมของรัฐบาลนั้นเป็นดั่งปุ๋ยอันอุดมที่ส่งเสริมให้พืชพันธุ์ปฏิวัติเจริญงอกงาม

              อย่างเช่นกองกำลังของชาวนากา ที่เรียกว่า "National Socialist Council of Nagaland" (NSCN) ที่เชื่อมโยงอยู่กับกลุ่มนักรบปฏิวัติในแคว้นอัสสัมของอินเดีย

              ข้ามไปยังฝั่งพม่า ก็มีขบวนปฏิวัติอีกหลายกลุ่ม เป็นต้นว่า กองทัพคะฉิ่น (Kachin Independent Organisation), กองทัพชิน (Chin National Front) และกองทัพอาระกัน (Arakan Liberation Party)

              ที่น่าสนใจจุดหนึ่งคือ พื้นที่หุบเขาในเขตจิตตะกอง (รอยต่อพม่า บังกลาเทศ และอินเดีย) เป็นฐานที่มั่นของกองทัพโรฮิงญา (Rohingya Solidarity Organisation), แนวร่วมอิสลามอาระกัน (Arakan Rohingya Islamic Front) และพรรคแห่งชาติอาระกัน (National United Party of Arakan) เป็นต้น

              กองกำลังเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มโรฮิงญาโพ้นทะเล และขบวนการต่อสู้เพื่อรัฐอิสลามในอัฟกานิสถาน, ปากีสถาน และตะวันออกกลาง

              อย่างที่เคยเขียนไว้ในสัปดาห์ที่แล้ว ชาวมุสลิมโรฮิงญาใฝ่ฝันถึง "รัฐเอกราช" มาตั้งแต่สมัยอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม จวบจนบัดนี้ พวกเขากลับไม่มีแผ่นดินอยู่ และต้องกลายมาเป็น "มนุษย์เรือ" ในปัจจุบัน

              สำหรับความร่วมมือระหว่างองค์กรปฏิวัติ มีทั้งความร่วมมือภายในภูมิภาค และความร่วมมือข้ามภูมิภาค ซึ่งเมืองใหญ่ที่กลุ่มองค์กรปฏิวัติใช้เป็นประตูไปมาหาสู่กัน และเป็นศูนย์กลางแห่งการพบปะกันอยู่เสมอคือ เชียงใหม่, กัลกัตตา(อินเดีย) และจิตตะกอง (บังกลาเทศ)

              ข้อมูลการข่าวของฝ่ายความมั่นคงทั้งสามชาติทราบดี จึงไม่ไว้วางใจในการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรปฏิวัติและแนวร่วม โดยเฉพาะพม่าที่หวาดระแวงกลุ่มมุสลิมโรฮิงญาตลอดเวลา

              โลกนี้ช่างโหดร้าย..ใครเลยจะคิดว่า กระบวนการค้ามนุษย์กับค้าอาวุธ ต่างใช้เส้นทางเดียวกันคือทะเลอันดามัน

              ค็อกซ์บาซาร์ เป็นจุดที่ขน "มนุษย์" ลงเรือ ก็คือจุดเดียวกับที่ขน "อาวุธ" ขึ้นจากเรือ นี่คือภาพจริงที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายสิบปี