คอลัมนิสต์

บูรณาการหมู่บ้านศีล5

บูรณาการหมู่บ้านศีล5

15 พ.ค. 2558

บูรณาการหมู่บ้านศีล5 : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2558

            "โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ชาวประชาเป็นสุข" นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดี ในอันที่จะช่วยจรรโลงศีลธรรมจรรยาของคนในชาติ ในดำริของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หากแต่ในทางปฏิบัติ ก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสียทีเดียว เพราะโครงการใหญ่ เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างรอบด้าน นั่นจึงย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ในฐานะเจ้าคณะภาค 15 ได้มีคำสั่งพักงานพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จ.ราชบุรี จากการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะจังหวัด ด้วยความผิดไม่สนองงานคณะสงฆ์ในโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 พร้อมทั้งแต่งตั้งพระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต จากวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จ.ราชบุรี ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นผู้รักษาการแทน

            อย่างไรก็ตาม เมื่อคำสั่งของเจ้าคณะภาค 15 ปรากฏเป็นข่าวสู่สาธารณะ ผลที่ตามมามีสองด้านคือ หนึ่ง การแสดงปฏิกิริยาจากบรรดาศิษยานุศิษย์ของพระธรรมปัญญาภรณ์ ในลักษณะของการปกป้องว่าไม่ได้กระทำความผิดอย่างที่ถูกระบุในคำสั่งของเจ้าคณะภาค 15 ในอีกด้านหนึ่ง เป็นการออกมาตอกย้ำโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ชาวประชาเป็นสุข ที่คณะสงฆ์จะต้องรับไปปฏิบัติ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเคลือบแคลงในหมู่พุทธศาสนิกชนว่ากำลังเกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่พระเถระชั้นผู้ใหญ่หรือไม่ เพราะนอกจากการออกคำสั่งในลักษณะเช่นนี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะของการประนีประนอม ถ้อยทีถ้อยเจรจากันเสียมากกว่าแล้ว คำว่า "นิกาย" ในคณะปกครองสงฆ์ไทยยังอาจทำให้ผู้คนพากันคิดกันไปต่างๆ นานา ซึ่งในอนาคตไม่เป็นผลดีโดยองค์รวม ไม่เฉพาะเพียงการผลักดันโครงการให้สำเร็จลุล่วง

            สำหรับโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2557-2560   สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ย้ำในเวลาต่อมา หลังมีคำสั่งจากเจ้าคณะภาค 15 ว่า โครงการนี้ ต้องร่วมมือกันทั้งคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และวัฒนธรรมจังหวัด หากการทำงานขัดกันแล้ว โครงการก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ จึงจะต้องพร้อมใจกันผลักดันต่อไปให้กว้างขวางสู่การปฏิบัติของประชาชนทั่วประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้แก่คนในชาติ อีกทั้งโครงการนี้ยังเป็นมติของมหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งพระสงฆ์ทั่วประเทศจะต้องปฏิบัติตาม หาไม่เช่นนั้นแล้วก็จะถือได้ว่าขัดมติของ มส.

            ที่ผ่านมา มีบางโครงการอันมีวัตถุประสงค์เพื่อจรรโลงศีลธรรมจรรยา คล้ายๆ กับโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ชาวประชาเป็นสุข ซึ่งเมื่อเวลาผ่านพ้นไป เปลี่ยนรัฐบาล คนทำงานระดับบริหารสลับหมุนเวียนกันไปตามวาระ แต่โครงการที่เป็นเรื่องของมโนสุจริตจิตใจงาม ซึ่งไม่ควรจะต้องแปรผันตามไปกับการบริหารจัดการด้านอื่นๆ กลับถูกเพิกเฉยทอดทิ้ง หลายๆ หมู่บ้านถูกครอบงำด้วยนานาอบายมุข เรียกได้ว่าล่วงละเมิดศีล 5 กันแทบทุกข้อ ทั้งสุรายาเมา การพนันขันต่อ และที่ร้ายกว่านั้นก็คือ ศีลในข้อ "มุสาวาทา" ที่กำลังเป็นแต่เพียงคำพระที่ชาวบ้านรับมาแบบไม่แปลความและไม่เคยปฏิบัติตามเมื่อคล้อยหลังด้วยอิทธิพลของผลประโยชน์ทางการเมืองที่เข้ากลืนกินในทุกอณูของชุมชน ขณะเดียวกัน โชห่วย สะดวกซื้อ ก็พร้อมจำหน่ายจ่ายแจกอบายมุขทั้งหวยและเหล้า เช่นนี้แล้ว โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 จะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้ จึงจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน เพราะลำพังเพียงมส.และบางกระทรวงนั้น ในระยะยาวก็จะมีสภาพไม่ต่างไปจากบางโครงการที่ค่อยๆ เลือนไปจากความทรงจำ