คอลัมนิสต์

เตือนผู้ประกอบการระวังแก๊งสั่งจ่ายเช็คเด้งตุ๋นซื้อทอง

เตือนผู้ประกอบการระวังแก๊งสั่งจ่ายเช็คเด้งตุ๋นซื้อทอง

15 พ.ค. 2558

เตือนผู้ประกอบการ ระวังแก๊งสั่งจ่ายเช็คเด้งตุ๋นซื้อทอง : สายตรวจระวังภัย โดยสายชล ศรีนวลจันทร์

              ข่าวเกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพหลอกซื้อทองคำแท่งกับผู้ประกอบการค้าทอง เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และจะมีให้เห็นแทบทุกปี โดยแก๊งคนร้ายจะใช้กลยุทธ์ให้ผู้หญิงโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถามราคาทองคำแท่ง อ้างเหตุผลสารพัด ซึ่งกลอุบายที่มักเจอบ่อยคือการโอนเช็คเด้งหลอกซื้อทอง ล่าสุดเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งกับ น.ส.รพี ผาสุก อายุ 68 ปี เจ้าของร้านทองพรพรรณ เลขที่ 98-100 ตั้งอยู่ในเขตตลาดเทศบาลโพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

              น.ส.รพี เล่าว่า มีโทรศัพท์จากลูกค้าซึ่งทราบชื่อต่อมาคือนางอุไรวรรณ ทำทีสอบถามราคาทองคำแท่งเพื่อนำไปใช้ในงานแต่งงาน ตอนแรกสอบถามว่ามีถึง 50 บาท หรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่ามี เพราะเข้าใจว่าเป็นลูกค้าเดิมที่เคยซื้อทองคำแท่งกันอยู่ จากนั้นเขาก็บอกว่าอยากจะได้ 12 แท่ง จึงได้มีการตกลงซื้อขายกันในราคา 2,250,000 บาท โดยทางลูกค้าจะขอจ่ายเงินด้วยวิธีโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย หลังจากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันก็มีข้อความส่งเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือว่า มีเงินเข้าบัญชีตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ หลงเชื่อว่าลูกค้าน่าจะโอนเป็นเงินสด  จึงติดต่อให้มารับทองตามที่ตกลงไป และทางลูกค้าแจ้งว่าจะให้ญาติไปรับโดยเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีน้ำเงิน หลังจากนั้นไม่นานก็มีผู้ชายมารับทองคำแท่งไป พร้อมกับนำสำเนาใบฝากเงินและสำเนาเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยามาให้ด้วย

              "รู้สึกแปลกและเอะใจว่า หากฝากด้วยเงินสดแล้วทำไมต้องมีสำเนาเช็คมา แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้แล้วเพราะเป็นช่วงเวลาที่ธนาคารปิดทำการ จนช่วงบ่ายวันที่ 8 พฤษภาคม ทางธนาคารทหารไทย สาขาบางขุนนนท์ ก็โทรมาแจ้งว่า เช็คที่มีคนนำเอามาเข้าบัญชีนั้นถูกอายัด ขอให้มารับเช็คกลับไป จึงรีบนำสมุดธนาคารไปปรับอีกรอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารก็พบว่าไม่มียอดเงินเข้าบัญชี เมื่อไปรับเช็คที่ว่านี้ ก็พบว่าเป็นเช็คของธนาคารกรุงศรีฯ ชื่อเจ้าของเช็คคือนายสมชาย สาฆอ ทางธนาคารอธิบายว่า เจ้าของเช็คไม่มีเงินทำให้ไม่สามารถนำเงินเข้าบัญชีให้ลูกค้าได้ คือเป็นเช็คเด้ง และให้ไปแจ้งความเรียกร้องเอาเอง จึงไปแจ้งความที่ สภ.โพธาราม เพราะมั่นใจว่าตัวเองถูกแก๊งต้มตุ๋น และน่าจะทำกันเป็นขบวนการ เคยได้ยินข่าวมาก่อนเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับตัวเอง" น.ส.รพี กล่าว

              พ.ต.อ.อนุรักษ์ พรพุทธศรี ผกก.สภ.โพธาราม บอกว่า จากภาพในกล้องวงจรปิดของร้านผู้เสียหายก็พบว่า ผู้ที่มารับทองคำแท่งไปนั้น เป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในเขตเทศบาลเมืองโพธาราม จึงได้ไปเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งก็ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ไปรับของจากร้านทองดังกล่าวจริง เพราะมีผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นหญิงสวมชุดสีขาวคล้ายกับพยาบาล มีผ้าปิดหน้า เดินออกมาจากโรงพยาบาลโพธาราม ว่าจ้างให้ไปรับของชำร่วยที่ร้านทองดังกล่าว โดยให้ค่าจ้างจำนวน 60 บาท โดยไม่ทราบว่าเป็นทองคำแท่ง ส่วนความคืบหน้าของคดีก็คืบหน้าไปมาก คาดว่าจะสามารถจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้

              พ.ต.อ.อนุรักษ์ อธิบายด้วยว่า ได้สอบถามกับทางธนาคาร โดย SMS หรือข้อความที่ทางธนาคารส่งเข้ามาในโทรศัพท์ของผู้เสียหายนั้น เพราะผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าธนาคารสมัครไว้ หากบัญชีมีการเคลื่อนไหวก็จะแจ้งให้ทราบผ่าน SMS สำหรับผู้เสียหายนำสมุดไปปรับแล้วพบว่ามียอดเงินเข้าจริงนั้น แต่มีรหัสโค้ช ว่า NL ก็คือการฝากเงินโดยไม่มีสมุด ฝากโดยเช็คต่างสาขา ทางธนาคารจะต้องมีการรอตรวจสอบเช็คก่อนว่ามีเงินในบัญชีหรือไม่ แม้ว่าจะมียอดเงินเข้ามาแต่ยังไม่สามารถเบิกได้ แต่ผู้เสียหายไม่ได้ดูตรงนี้ ถือเป็นช่องว่างที่ทำให้มีผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ จึงฝากเตือนถึงผู้ประกอบการถ้าหลีกเลี่ยงการซื้อขายลักษณะนี้ได้ควรหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อพวกแก๊งมิจฉาชีพ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ธนาคารมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการร้านทอง ถึงวิธีการโอนเงินจ่ายเงินของลูกค้าเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก