
หวยจุดล่อเป้า
หวยจุดล่อเป้า : บทบรรณาธิการประจำวันที่13 พ.ค.2558
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องใช้มาตรา 44 ในการควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายกันเกินราคาหน้าสลากไปหลายสิบบาท เป็นการใช้ยาแรงสุดก็ว่าได้เพราะหากจำกันได้หลังจากการยึดอำนาจและเข้ามาบริหารในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีการกำราบบรรดา 5 เสือและกลุ่มยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นราคาลอตเตอรี่ ลงมาขายในราคา 80 บาทได้เพียง 1 งวด จากนั้นสถานการณ์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติคือ ราคากลับขึ้นไปสูงแบบเดิม ปัญหาหวยรัฐจึงคาราคาซังมาถึงปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบเบาๆ จากชาวบ้าน แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านมาแน่นอนเพราะมีการใช้กฎหมายที่ถือว่าครอบคลุมและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงอาจเป็นความคาดหวังของประชาชนที่ชื่นชอบกับการซื้อลอตเตอรี่เพื่อเสี่ยงดวง แต่จะได้ผลขนาดไหน นี่คือคำถามและสิ่งท้าทาย ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นจุดล่อเป้าให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลโจมตีถึงความล้มเหลวต่อการแก้ปัญหาเล็กน้อยหากเปรียบเทียบกับการนำพาประเทศไปให้ตลอดรอดฝั่งทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องสำคัญ รวมถึงประเด็นร้อนๆ ที่นานาชาติกำลังมองว่าท่าทีไทยจะออกมาอย่างไรต่อปัญหาโรฮิงญา
ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เข้ามานั่งเป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมตั้่งกรรมการเพิ่มซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองสลากมาก่อนเพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบโควตา 74 ล้านฉบับ ซึ่งข่าวเบื้องต้นอาจจะมีการรื้อระบบโควตา เนื่องจากกลุ่ม 5 เสือรายใหญ่ ไม่ได้ขายเองแต่ส่งต่อให้แก่บรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊ว เพื่อกินส่วนต่าง การเอาจริงเอาจังในครั้งนี้ที่เห็นเป็นรูปธรรมก็เพราะจะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาดโดยปรับเพิ่มจากเดิม 2,000 บาท เป็น 1 หมื่นบาท และมีโทษจำคุก 1 เดือนด้วย มาตรการทั้งหมดนี้จะพุ่งเข้าหากลุ่มเอเย่นต์รายใหญ่หรือพ่อค้าคนกลางโดยตรงเพื่อกดดันไม่ให้ขยับราคาขายเกินจริงไปก่อนถึงมือรายย่อย พร้อมกันนี้ยังมีการพิจารณาระบบผลประโยชน์ของกองสลากเองด้วยเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาราคาสลาก ซึ่งอาจจะต้องเฉือนเนื้อตัวเองหรือเปล่าต้องรอดูคณะกรรมการชุดนี้
ที่ผ่านมาเงินจากสลากกินแบ่งรัฐบาลมีการนำมาใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบการศึกษา บางรัฐบาลมีข่าวว่าเป็นงบพิเศษใช้ปูฐานทางการเมือง บางยุคกองสลากจึงถูกเรียกว่าแดนสนธยา การเข้ามาแก้ปัญหาในครั้งนี้มีหลายฝ่ายฟันธงว่าไม่ง่ายเพราะไปกระทบกลับผลประโยชน์ของคนหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอำนาจ บารมีทั้งสิ้น ทั้งกลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มอำนาจปัจจุบัน ซึ่งมีสายสนกลในกันอยู่ ความน่าเชื่อถือต่อกรรมการชุดใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลโดยตรงมีเดิมพันสูงด้วย เพราะครั้งนี้จัดได้ว่าใช้ยาแรงที่สุดแล้วด้วยมาตรา 44 หากแม้นายกรัฐมนตรีกระโดดลงมาเองแล้วยังทำไม่สำเร็จ แรงเสียดทานจะพุ่งกลับไปสู่รัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ จำนวนมหาศาลที่เหมือนกับการแบ่งเค้ก เป็นสมบัติผลัดกันเชยชม ถ้าสลากกินแบ่ง ยังคงตรึงราคาไม่ได้หรือได้เพียงแค่ชั่วระยะ รัฐบาลจะถูกวิพากษ์อย่างหนัก และอาจจะลุกลามไปจนถึงความน่าเชื่อถือเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น ราคาหวยนี่แหละจะเป็นดาบสองคม ถ้าหันหน้าออกศัตรูก็ควรหนี แต่หากถือดาบเพื่อการข่มขู่ คนถือนั่นแหละจะลำบาก และนี่จะเป็นจุดล่อเป้ารัฐบาลอีกปมในอนาคตข้างหน้า



