คอลัมนิสต์

ค่ายเยาวชนฯสัมพันธ์อุดช่องโหว่ยาเสพติด

ค่ายเยาวชนฯสัมพันธ์อุดช่องโหว่ยาเสพติด

13 พ.ค. 2558

ค่ายเยาวชนฯสัมพันธ์อุดช่องโหว่ยาเสพติด : สายตรวจ ปฏิญญา เอี่ยมตาล

              "ค่ายเยาวชนสัมพันธ์" กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมส่งเสริมความสามัคคี การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ฝึกความมีระเบียบวินัย ให้ความรู้ข้อกฎหมายที่ควรปฏิบัติ กฎหมายและเครื่องหมายจราจร การใช้ยานพาหนะที่ปลอดภัย การป้องกันระวังภัยอาชญากรรมใกล้ตัว การแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายเบื้องต้น การแสวงหาความร่วมมือจากเด็กเยาวชนสอดส่องดูแลสังคมที่อยู่อาศัยให้ห่างไกลจากอาชญากรรมและยาเสพติด รวมถึงการประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

              โครงการอบรมเยาวชนสัมพันธ์รุ่นที่ 344 จัดขึ้นในหอประชุมโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมเวลา 3 วัน โดย พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ อัตวรนันท์ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบก.อก.บช.น.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดชาย สัตตบุศย์ ผกก.สน.ท่าข้าม คณะตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามและ ก.ตร.สน.ท่าข้าม ผู้บริหารโรงเรียน ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางความอบอุ่นชื่นมื่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มของเด็กเยาวชนในพื้นที่อายุระหว่าง 8-12 ปี เข้าร่วมอบรมจำนวน 320 คน

              พ.ต.อ.เชิดชาย กล่าวว่า โครงการอบรมเยาวชนสัมพันธ์เป็นการดำเนินงานปฏิบัติที่สืบทอดยาวนาน 39 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ ดำรงตำแหน่ง ผบช.น.เมื่อปี 2519 มีผู้ผ่านการอบรมไปแล้วนับหมื่นคน มีครูตำรวจทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังจิตใจให้เด็กเยาวชนเป็นคนดี ร่วมทำกิจกรรมแบ่งแยกเป็นฐานปฏิบัติต่างๆ เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง สอดแทรกเทคนิคการป้องกันตัวเบื้องต้น การป้องกันปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดรูปแบบต่างๆ ควบคู่ความรู้วินัยจราจร โดยการอบรมมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติได้รับการตอบสนองจากเด็กที่เข้าร่วมอย่างดี มีความตั้งใจในการทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป้าหมายที่วางไว้                               

              หนึ่งในครูโรงเรียนมัธยมที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ บอกว่า เป็นโครงการที่ดีที่ตำรวจนครบาลให้ความสำคัญแก่เด็กและเยาวชนของชาติ เพราะการหล่อหลอมพฤติกรรม ปลูกฝังทัศนคติที่ดีตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อโตขึ้นจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศ เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม และยังเพิ่มพูนความรู้นอกตำราเรียน เรื่องการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้าย การแจ้งข่าวการป้องกันอาชญากรรมสำหรับเด็ก การต่อสู้ป้องกันตัวเบื้องต้น การป้องกันยาเสพติดให้โทษ การจราจร ภัยจากอินเทอร์เน็ต การปฐมพยาบาลและการดับเพลิง อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเด็กและเยาวชนเอง และรวมถึงสังคมรอบข้างด้วย

              จากการสอบถามผู้ปกครอง หลังเสร็จสิ้นการอบรมแล้ว พบว่า เด็กนำความรู้ ความสนุก ที่ได้รับกลับไปถ่ายทอดบอกเล่าให้พ่อแม่ผู้ปกครองฟัง ซึ่งส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกดีและประทับใจการอบรม ถ้ามีการจัดขึ้นอีกก็จะมาเข้าร่วมแน่นอน นับเป็นก้าวย่างของการเติบโตที่ดี มีคุณภาพลดช่องว่างและสร้างความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเด็กเยาวชนและผู้เกี่ยวข้องเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีความเข้าใจที่ดีระหว่างกันสืบต่อไป