
ทวงคืนผลประโยชน์ชาติ
ทวงคืนผลประโยชน์ชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่11พ.ค.2558
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง กรณีร่วมกันกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) กรณีเอื้อประโยชน์ให้บริษัทของจีน 2 แห่ง เข้าทำสัญญาระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา มิได้เหนือความคาดหมายสำหรับคอการเมืองแต่ประการใด เป็นไปตามสำนวนพยานหลักฐานที่ป.ป.ช.หยิบยกมาอ้างอิง
การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมลงคะแนนทั้งหมด 190 คน โดยที่ประชุมมีมติถอดถอนนายบุญทรงด้วยคะแนน 180 ต่อ 6 คะแนน งดออกเสียง 4 นายภูมิ มีมติถอดถอนด้วยคะแนน 182 ต่อ 5 งดออกเสียง 2 บัตรเสีย 1 และนายมนัส มีมติถอดถอนด้วยคะแนน 158 ต่อ 25 คะแนน งดออกเสียง 6 บัตรเสีย 1 ส่งผลให้ทั้ง 3 คนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ทำให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ซึ่งเห็นได้ว่าคะแนนของอดีตสองรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยที่กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ ใกล้เคียงกับคะแนนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเดียวกัน ที่ถูก สนช.ลงมติถอดถอนไปก่อนหน้านี้ด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 เสียง กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว
โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือชาวนาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ท้ายสุดกลับกลายเป็นมหกรรมการโกงระดับชาติ มีการตรวจพบตัวเลขความเสียหายสูงถึง 7 แสนล้านบาท กระทั่งกระทรวงพาณิชย์รับไม้ขายข้าวต่อให้แก่ประเทศจีนในรูปแบบรัฐต่อรัฐ โดยรัฐมนตรีที่กำกับดูแลยืนยันในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามขั้นตอนทุกอย่าง เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติตามคำแนะนำของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และยังระบายข้าวได้ปริมาณมาก แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่าเป็นแค่การจัดฉากตั้งบริษัทผีซึ่งเป็นเครือข่ายตัวเองที่เป็นคู่ค้ากับกรมการค้าต่างประเทศในการส่งออกข้าว ไม่มีการประมูลแข่งขัน มีการเวียนเทียนขายให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำซ้ำเติมความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดิน
คดีทุจริตโครงการจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลายเป็นมหากาพย์เรื่องยาวทำให้อดีตผู้นำรัฐบาลและอดีตรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโครงการต้องเดินขึ้นศาลกันเป็นแถว ซึ่งนอกจากการถูกดำเนินคดีทางอาญาแล้ว กระทรวงการคลังได้เตรียมฟ้องร้องทางแพ่งต่อผู้ถูกกระทำผิดเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายต่อแผ่นดิน ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเองสมความภาคภูมิ ซึ่งป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบในเชิงลึกเพื่อดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และทวงคืนเม็ดเงินจากความสูญเสียของโครงการนี้กลับมา สิ่งที่เป็นห่วงคือเงินมหาศาลจากการทุจริตจะถูกฟอกหรือเล่นแร่แปรธาตุออกนอกประเทศ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นบรรทัดฐานของการปฏิรูปประเทศที่จะถูกสร้างขึ้นมาบนรากฐานของความยุติธรรม เพื่อให้บุคคลที่ทำร้ายชาติได้รับโทษทัณฑ์ตามตัวบทกฎหมายวันเว้นวัน วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2558



