คอลัมนิสต์

 บก.ปอศ.เปิดช่องทางจับซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายผ่านสื่อดิจิทัล

บก.ปอศ.เปิดช่องทางจับซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายผ่านสื่อดิจิทัล

08 พ.ค. 2558

บก.ปอศ.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส จับซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายผ่านสื่อดิจิทัล : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช

           กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. นำสื่อดิจิทัลมาช่วยสืบหาองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ถือเป็นความพยายามอีกขั้นที่จะลดจำนวนองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ผ่านช่องทางสำหรับบุคคลทั่วไปไว้แจ้งเบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ผ่านสายด่วนเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ทำให้สื่อดิจิทัลเป็นมากกว่าสังคมออนไลน์หรือใช้เพื่อโพสต์ภาพถ่ายและสร้างเครือข่ายทางสังคม นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลในการแจ้งเบาะแสสูงสุด 250,000 บาท ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจกว่า 50 แห่งได้ถูกตรวจสอบ
     
           การใช้สื่อดิจิทัลและสังคมออนไลน์เข้ามาช่วยสืบสวนหาข้อเท็จจริง พบว่าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย ไม่มีนโยบาย กระบวนการ และขั้นตอนที่จำเป็นในการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย แต่กลับพบว่าบางกรณีผู้บริหารตั้งใจทำผิดโดยการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาสามารถดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจ 4 แห่ง มีการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 136 เครื่อง คือบริษัทผู้จำหน่ายวัสดุตกแต่งในห้องน้ำ ในกทม. จากการตรวจสอบพบมีการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 46 เครื่อง มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท, บริษัทให้บริการด้านวิศวกรรมและออกแบบกราฟฟิก พบมูลค่าการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ประมาณ 3.4 ล้านบาท จากซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิที่ถูกติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ 35 เครื่อง บริษัทที่สามมีผู้ถือหุ้นชาวไทยถูกพบว่าใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิมูลค่าราว 18 ล้านบาท เป็นคดีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปีนี้        
           
           พ.ต.อ.สรรักษ์ จูสนิท รองผบก.ปอศ. รักษาราชการแทน ผบก.ปอศ. เปิดเผยขั้นตอนการตรวจสอบว่า ผู้แจ้งเบาะแสให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย แก่บก.ปอศ. และเจ้าของลิขสิทธิ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปอศ. จะดำเนินการเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจเหล่านั้น องค์กรธุรกิจต้องตระหนักว่าการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายและไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คือการทำผิด พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ถือเป็นภัยคุกคามต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ แต่องค์กรธุรกิจหลายแห่งยังคงทำผิดกฎหมายโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและใช้สำเนาซอฟต์แวร์ที่ทำขึ้นอย่างผิดกฎหมาย
       
           พ.ต.อ.สรรักษ์  เปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พัฒนาวิธีการจัดการกับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งช่องทางการแจ้งเบาะแสในปัจจุบันสร้างข้อได้เปรียบในการต่อสู้เพื่อป้องปรามการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายในองค์กรธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องขอบคุณผู้ที่แจ้งเบาะแส เพราะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาหลักนิติธรรมในประเทศไทยและสนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
      
           "มีความเสี่ยงมากมายจากการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและใช้สำเนาซอฟต์แวร์ที่ทำขึ้นอย่างผิดกฎหมายต่อระบบความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ถือเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข" พ.ต.อ.สรรักษ์ ระบุ
       
           ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจ มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุด 250,000 บาท โดยสามารถแจ้งผ่านสายด่วนที่ 0-2714-1010 หรือรายงานผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้แจ้งเบาะแสจะถูกปิดไว้เป็นความลับ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ www.stop.in.th