
ระวังพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก
ระวังพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2556
จากเหตุการณ์ชวนสลดหดหู่ใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปพบศพต่างด้าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นชาวโรฮิงญาจำนวน 32 ศพ นอนเสียชีวิตและถูกฝังอยู่ในแคมป์บนเขาแก้ว บ้านตาโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งการล้มตายเป็นใบไม้ร่วงเช่นนี้ไม่ว่าจะมีสาเหตุเช่นไร ก็ล้วนแต่จะสุ่มเสี่ยงจะส่งผลเสียในด้านภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่กำลังถูกจับตาเรื่องการค้ามนุษย์จากนานาชาติ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่ขบวนการนี้สามารถนำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก และกระทำการท้าทายกฎหมายอย่างอุกอาจ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจ รวมถึงอิทธิพลในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเด็ดขาดไปยังหน่วยปฏิบัติแล้วว่า ต้องดำเนินการโดยไม่ละเว้นแม้แต่รายเดียว
การพิสูจน์สาเหตุการตายก็เป็นอีกประเด็นสำคัญหนึ่งที่จะช่วยบอกได้ว่า เกิดการกระทำทารุณกรรมขึ้่นกับชาวโรงฮิงญากลุ่มนี้หรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านนิติวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีร่องรอยของการต่อสู้หรือถูกทำร้าย ศพส่วนใหญ่เน่าเปื่อยเหลือเพียงโครงการกระดูก แต่ยังมีศพที่เหลือเนื้่อเยื่อให้ชันสูตร 6 ศพ ซึ่งคาดว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากโรค และการขาดสารอาหาร แต่ในอีกเหตุการณ์หนึ่งนั้น พยานรายหนึ่งซึ่งเป็นชาวโรงฮิงญาที่อาศัยอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยข้อมูลว่า หลานชายของเขาถูกฆาตกรรมอย่างทารุณโหดร้ายหลังจากที่เขาไม่สามารถหาเงินไปไถ่ตัวหลานจาก "นายอานัว" และเลือกเข้าไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแทน ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นภาพของขบวนการที่หากินอยู่กับชาวโรฮิงญาอพยพอย่างไร้มนุษยธรรม อำมหิตโหดร้าย ซึ่งจะกลายเป็นคำถามที่รัฐบาลจะต้องทำความกระจ่างกับนานาชาติต่อไปด้วย
ปัญหาชาวโรฮิงญาอพยพ ทั้งที่อาศัยเป็นเพียงทางผ่านเข้าสู่ประเทศไทยตามแนวชายแดนด้านตะวันตกเพื่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยทางด้านทิศใต้หรือประเทศที่สาม รวมทั้งพำนักตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยนั้น ดำเนินสืบมาเป็นเวลาช้านาน เมื่อเร็วๆ นี้กองทัพเรือของไทยถูกกล่าวหาจากสำนักข่าวต่างประเทศว่ากระทำอย่างไร้มนุษยธรรมต่อชาวโรงฮิงญาที่อพยพทางเรือ ในเวลาต่อจากนั้นไม่นานนั้นก็พบชาวโรงฮิงญาจำนวนมากหลบซ่อนอยู่ในป่าและสวนยาง เหล่านี้้ล้วนสะท้อนภาพขบวนการ "ค้ามนุษย์" ที่แฝงตัวหากินอยู่กับชนชาติซึ่งออกแสวงหาแผ่นดินถิ่นอาศัยแห่งใหม่ที่ปลอดภัยแบบขอไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งแน่นอนว่า การขนคนจำนวนมาก และต้องผ่านหลายขั้นตอนการตรวจสอบไม่ให้เล็ดลอดกันได้ง่ายๆ เช่นนี้จะกระทำไม่ได้ถ้าหากไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือร่วมอยู่ในขบวนการ
ในช่วงระหว่างวันที่ 10-22 พฤษภาคมนี้ คณะทำงานจากประชาคมยุโรป หรืออียู จะเดินทางมาดูความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทยที่ถูกมองว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์และประกาศให้ใบเหลืองไปแล้วก่อนหน้า โดยรัฐบาลไทยได้เตรียมนำเสนอมาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นความพยายามคลี่คลายปัญหาไปเปลาะหนึ่ง แต่เหตุการณ์พบศพชาวโรงฮิงญา 32 ศพดังกล่าว อาจจะกลายเป็นเรื่อง "พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก" ขึ้นมาได้ เพราะไม่ว่าพวกเขาจะตายด้วยสาเหตุใด แต่ก็ล้วนแสดงถึงความบกพร่องทางมนุษยธรรม ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งรัดการทำงานให้รวดเร็ว ถึงลูกถึงคน ไม่ลูบหน้าปะจมูก และโปร่งใสอธิบายกับนานาชาติได้โดยด่วนที่สุด สมกับที่นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายเอาไว้อย่างขึงขัง



