
ฝึกกองทัพเรือประจำปี58ซ้อมรับมือมหาภัยพิบัติ
ฝึกกองทัพเรือประจำปี58ซ้อมรับมือมหาภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
ภารกิจ "การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2558" ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม 2558 มีจุดมุ่งหมายตามที่ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ต้องการฝึกการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) รวมทั้งการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR)
พื้นที่การฝึก คือ วัดสมุทรธาราม และหาดละไม เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี พล.ร.อ.พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึก ทั้งนี้ การฝึกกองทัพเรือเป็นการฝึกที่สำคัญเป็นประจำทุกปี โดยมีกรมยุทธการทหารเรือเป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก มีหน่วยที่เข้าร่วมการฝึก จำนวน 21 หน่วย
แนวทางการจัดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2558 เพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่างๆ ของกองทัพเรือ โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" มีขั้นตอนการฝึกแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1.ขั้นเตรียมการฝึก 2.ขั้นการฝึก ประกอบด้วยการอบรมในห้องเรียน การฝึกปัญหาที่บังคับการและการฝึกภาคสนาม และภาคทะเล และ 3.ขั้นการสัมมนาสรุปผลการฝึก โดยห้วงระยะเวลาการฝึกที่สำคัญคือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ การฝึกด้วยเครื่องจำลองยุทธ์ และการฝึกภาคสนาม และทะเล ระหว่างวันที่ 27 เมษายน-3 พฤษภาคม 2558
การฝึกภาคสนาม และภาคทะเล ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) ซึ่งเป็นฝึกการบัญชาการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ Incident Command Center บนเรือธง โดยเป็นการฝึกในภัยพิบัติระดับ 3 กรณีภัยจาก "พายุขนาดใหญ่"
การฝึกนี้มีการสมมุติเหตุการณ์เกิดภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ทำให้มีโคลนถล่ม อาคารทรุดตัว บ้านเรือนเสียหายจากพายุ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ระบบการติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้เป็นบริเวณกว้าง มีโรคระบาด ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
รัฐบาลจึงประกาศยกระดับภัยพิบัติเป็นระดับ 3 มีการจัดตั้ง "ศูนย์บัญชาการป้องกันภัยแห่งชาติ" ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการสนับสนุนจากส่วนกลาง โดยกองทัพไทยได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนหน้า ในพื้นที่ จ.ชุมพร
ขณะที่พื้นที่ที่มีความเสียหายที่สุด และยังไม่มีหน่วยงานส่วนกลางเข้าไปในพื้นที่ได้ คือ เกาะสมุย และเกาะพะงัน รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็น ผบ.เหตุการณ์เข้าควบคุมพื้นที่ทั้ง 2 เกาะในภารกิจค้นหาและช่วยชีวิต การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมีกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย
หมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ร.ล.อ่างทอง ร.ล.สุรินทร์ ร.ล.วังนอก อากาศยาน ฯลฯ) กรมแพทย์ทหารเรือ (ชุดแพทย์เคลื่อนที่) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 4 คัน รถฮัมวี่ 2 คัน รถบรรทุก 2.5 ตัน จำนวน 2 คัน ชุดปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์) ฐานทัพเรือสัตหีบ (กำลังพลและยุทธปกรณ์ จากกรมก่อสร้างและพัฒนา)
การฝึกค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) เป็นการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยกำลังในทัพเรือภาคที่ 2 โดยสมมุติสถานการณ์ทัพเรือภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประมง จ.สุราษฎร์ธานี ว่ามีเรือประมงประสบเหตุอับปางทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย ประมาณ 50 ไมล์ จึงได้จัดเครื่องบินลาดตระเวนแบบดอร์เนีย (DO-228) ขึ้นบินค้นหา
พร้อมจัดเฮลิคอปเตอร์แบบซูเปอร์ลิงซ์ (Superlynx) เตรียมพร้อมที่สถานีเรือสมุย สำหรับการช่วยเหลือส่งกลับสายแพทย์ เมื่อบินลาดตระเวนค้นพบตำบลที่ผู้ประสบภัยแล้ว พร้อมทั้งประสานหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมจัดเรือในการค้นหา
มีกำลังที่เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน จำนวน 1 ลำ (สมมุติเป็นเรือประสบภัย) เรือหลวงกระบี่ (เรือควบคุม) เรือยาง SAFETY พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ ฮ.แบบ ซูเปอร์ลิงซ์ (ฮ.ช่วยเหลือผู้ประสบภัย) เรือจากหน่วยอื่นๆ ในพื้นที่ รถพยาบาลจากมูลนิธิ ซึ่งถือเป็นการฝึกตามสโลแกน "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" โดยสมบูรณ์แบบ



