คอลัมนิสต์

หาทางออก'รัฐธรรมนูญ'

หาทางออก'รัฐธรรมนูญ'

30 เม.ย. 2558

หาทางออก'รัฐธรรมนูญ' : บทบรรณาธิการประจำวันที่30เม.ย.2558

             หลังจบการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ใช้เวลา 7 วัน ตลอดช่วงการอภิปรายได้เห็นถึงทั้งซีกสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน และคำชี้แจงทุกแง่มุม แต่มีหลายประเด็นร้อนที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ อาทิ ระบบเลือกตั้งนำไปสู่รัฐบาลผสม ที่มาของ ส.ว. รวมถึงนายกฯ คนนอก ซึ่งภาพรวมฝ่ายนักการเมืองมีมุมมองว่า ร่างรัฐธรรมนูญถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสกัดกั้นและลิดรอนคนการเมือง ไม่สนับสนุนให้พรรคการเมืองแข็งแกร่งพัฒนาเป็นสถาบันหลักของชาติ ขณะที่เจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญถูกชี้แจงว่าเพื่อไปสู่เป้าหมายประชาชนเป็นใหญ่และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นของการเมืองที่มีมาตลอด มุ่งเน้นให้ภาคพลเมืองมีส่วนร่วมตรวจสอบการบริหารทุกระดับ

             การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยบางส่วนจากข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และต้องผนวกกับข้อเสนอจากคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยระหว่างนี้จะมีการนำร่างรัฐธรรมนูญไปเผยแพร่และทำความเข้าใจแก่ประชาชนและฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศอีกอย่างน้อย 15 เวที และจะไปขมวดปมช่วงต้นเดือนมิถุนายน ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือจึงจำเป็นต้องรับฟังจากทุกภาคส่วน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีความสำคัญต่อทิศทางประเทศและการยอมรับจากนานาประเทศด้วย นอกจากนี้ยังต้องสอดรับกับการปฏิรูปประเทศที่กำลังเดินหน้าอยู่ เพื่อให้ประเทศไม่กลับไปเกิดวิกฤติซ้ำเหมือนในอดีตที่เป็นบทเรียนที่ทุกคนต้องระลึกไว้เสมอ

             ขณะเดียวกันมีเสียงวิจารณ์ถึงมาตรา 181 ที่นายกฯ อาจขอเสนอความไว้วางใจในการบริหารราชการจากสภา ถ้าคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ในสมัยประชุมดังกล่าว สมาชิกไม่สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และมาตรา 182 ที่ให้นายกฯ เสนอกฎหมายพิเศษได้หนึ่งฉบับต่อหนึ่งสมัยประชุม ถ้าไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ถือว่าผ่านความเห็นชอบ ทั้งสองประเด็นนี้ถูกจับตาว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ และถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมให้รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการออกกฎหมาย ดังนั้นเสียงท้วงติงประเด็นต่างๆ ทางฝ่ายที่ร่างรัฐธรรมนูญและผู้เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ต้องนำไปไตร่ตรองและพิจารณาว่าสิ่งใดจึงควรเป็นกติกาเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ถ้ามีเหตุมีผลก็ต้องทบทวนเปลี่ยนแปลง หากแข็งขืนย่อมเกิดปัญหาตามมา

             การยอมรับต่อรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างกันนี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งและกำลังเป็นปมร้อนที่อาจก่อความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ส่วนการทำประชามติก็ไม่สามารถทำได้ ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คสช.ไม่มีอำนาจไปแก้ไข ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาปฏิรูปแห่งชาติ หากเสนอมาจะส่งเรื่องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการได้ เมื่อมองสถานการณ์ยามนี้ ร่างรัฐธรรมนูญดูเหมือนได้สะดุดและเดินหน้าต่อไปโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงให้ปรับเปลี่ยนก็คงไม่ราบรื่น จึงขึ้นอยู่กับว่าจะหาทางออกปมร้อนรัฐธรรมนูญอย่างไร ท่ามกลางความเห็นต่างและไม่มีฝ่ายใดยอมถอย ถ้ายังข้ามผ่านตรงนี้ไม่ได้ก็อย่าหวังการปฏิรูปและปรองดองจะเห็นผลสำเร็จ