คอลัมนิสต์

ประสานเสียงถล่ม‘ร่างรัฐธรรมนูญ’

ประสานเสียงถล่ม‘ร่างรัฐธรรมนูญ’

29 เม.ย. 2558

ประสานเสียงถล่ม‘ร่างรัฐธรรมนูญ’ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น

           ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญยกแรกโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ แม้ไม่ดุเดือดเหมือนสภาปกติ แต่ก็เรียกว่า "เผ็ดร้อน" ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านั้นหลายคนไม่ได้คาดหวังว่ารัฐธรรมนูญจะถูกชำแหละอะไรมากนัก เพราะอย่างไรก็ตามก็ล้วนมาแต่ต้นกำเนิดเดียวกันทั้งสิ้น แต่เอาเข้าจริงแล้วมีหลายคนที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญอย่างถึงแก่น

           แต่ที่ไม่เหนือกว่าความคาดหมายคือ เป้าที่ถูกล็อกว่าจะถล่ม มิใช่เรื่องของการปฏิรูป มิใช่เรื่องของสิทธิ หากแต่เป็นเรื่องของ "การจัดสรรโครงสร้างอำนาจทางการเมือง" ที่จาก 7 วันของการอภิปราย ใช้เวลากับส่วนนี้ไปถึง 3 วัน เรียกว่าเกือบครึ่งของเวลาทั้งหมด

           แน่นอนว่า เสียงวิจารณ์ย่อมมีไปถึงกรณี “ที่มานายกฯ” ที่ไม่กำหนดว่า นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. และ “ที่มา ส.ว.” ที่นอกจากที่มาจะมีความลักลั่นในตัวเอง กึ่งเลือกตั้งกึ่งสรรหา ประเด็นยังมีอยู่ที่ความไม่สัมพันธ์ระหว่างที่มาและอำนาจ เพราะมีอำนาจกว้างขวางหลากหลายแต่กลับไม่ยึดโยงกับประชาชน

           และที่สำคัญคือ เรื่องของ "ระบบการเลือกตั้ง" ที่ถูกมองว่าจะก่อปัญหาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “เสถียรภาพของรัฐบาล” การต่อรองที่จะมีขึ้นตามมา เพราะปัญหาเรื่องเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จในสภากำลังถูกแก้ด้วยปัญหาเดิมๆ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2540 คือการมี “รัฐบาลผสม”

           ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครสังกัดกลุ่มการเมืองก็ยังถูกมองว่าเป็นการทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง มิพักต้องพูดถึง "สมัชชาคุณธรรม และสมัชชาพลเมือง" ที่ถูกตั้งคำถามถึงอำนาจ ที่มาที่ไป องค์กรตรวจสอบที่มีอำนาจเปี่ยมล้น หรือ "สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ" ที่ถูกมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ 

           “ลุงชัย" ชัย ชิดชอบ ส.ส.อาวุโส ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ถึงกับพูดในสไตล์ลูกทุ่งว่า “บ้านเมือง...หายแน่”

           สำทับด้วยความเคลื่อนไหวนอกสภา เมื่อ “ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป” หรือ ศปป. เชิญหลายฝ่ายเข้าหารือเรื่องการแก้ไขความขัดแย้ง รวมถึงคู่ขัดแย้งและพรรคการเมือง แต่ดูเหมือนว่าเวทีวันนั้นจะกลายเป็นเวทีอภิปรายการเมืองนอกสภา

           เพราะแทบจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พรรคการเมือง “ปรองดอง” จับมือกัน โดยประสานเสียงไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยข้อหาหนักคือ “ไม่เป็นประชาธิปไตย” และยิ่งกว่านั้นคือ หลายคนถึงกับบอกว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปก็ได้ แต่ขอให้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย นี่คือเสียงที่ประกาศชัดในเวทีของผู้มีอำนาจสูงสุดขณะนี้

           แต่เสียงจาก “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ออกมานั้น กลับไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไหร่นัก “ขอความกรุณาส่งกลับมาด้วยว่าจะให้แก้มาตราไหน แก้ไขเป็นอย่างไร แล้วจะให้เขียนใหม่เป็นแบบไหน ระบุมาให้ชัดอย่ามาพูดรวมๆ ว่าจะสร้างความวุ่นวาย เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างบทบัญญัติ ถ้าทำอย่างที่ผมบอกถือว่าเป็นการเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ และกมธ.ยกร่างฯ ก็จะพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ใช่มาเหมารวมว่า ผลไม้ในเข่งมี 300 ใบ อาจจะเสียไป 5 ใบ ก็ขอให้บอกมาว่า 5 ใบที่เสียนั้น จะทำให้ผลไม้เสียทั้งเข่งได้อย่างไร”

           “บวรศักดิ์” กำลังจะบอกว่า ถ้าจะแก้ก็จะแก้เป็นมาตราไป แต่ต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ทุกคนประสานเสียงบอกกันนั้น ไม่ใช่เรื่องของผลไม้ในเข่งที่เสียไปไม่กี่ใบ แต่กำลังหมายถึงผลไม้ทั้งเข่งที่ส่งมานั้นไม่ต้องตามความต้องการ

           ที่หนักกว่านั้นคือ สิ่งที่ทุกคนพูดถึงเจตนาคือบอกว่า หลักการของรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างนี้ไม่ถูกต้อง แต่ “บวรศักดิ์และทีมงาน” ก็ประกาศชัดว่า จะไม่ยอมแก้หลักการของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งหลักการที่ว่าก็หมายถึงสามเรื่องหลักที่ัถูกตั้งคำถาม

           ถ้าอ่านใจกรรมาธิการยกร่างฯ ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้หนึ่งต้น สิ่งที่พวกเขาจะทำคือ ยอมเด็ดใบทิ้งเท่านั้น แต่สิ่งที่คนอื่นเห็นว่าเป็นปัญหามิใช่อยู่แค่ปลายกิ่ง หากแต่อยู่ที่ลำต้น ที่กรรมาธิการมีท่าทีแข็งขืนไม่ยอมปรับเปลี่ยน

           หนทางจากนี้..สำหรับกรรมาธิการยกร่างฯ จะยิ่งลำบากมากขึ้นกว่าจะถึงวันที่โหวตร่างรัฐธรรมนูญรอบสุดท้าย หากนับแล้วน่าจะมากกว่าวันที่ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ด้วยซ้ำไป

           อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเขาอาจต้องคิดใหม่ให้หนักขึ้น เพราะสัญญาณที่ออกมาจากผู้มีอำนาจเองก็มิได้ไฟเขียวไปเสียทั้งหมด ซ้ำยังเปิดหน้าไพ่เล่นใหม่ อย่างเวที ศปป.ที่ออกมาสร้างแรงกดดันเพิ่ม

           ที่แน่ๆ วันนี้ คสช.มีไพ่หลายหน้าในมือให้เล่น ไม่ว่าร่างจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย และธรรมดาของคนมีอำนาจ การจะหยิบไพ่ใบไหนมาเล่นก็จะขึ้นอยู่ตามสถานการณ์ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย ที่ต้องทิ้งไพ่ในมือลงมา