คอลัมนิสต์

ชาวบ้านนำตำรวจลดอาชญากรรมเยาวชน

ชาวบ้านนำตำรวจลดอาชญากรรมเยาวชน

29 เม.ย. 2558

ชาวบ้านนำตำรวจลดอาชญากรรมเยาวชน : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

           อาชญากรรมเยาวชนมีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย อาชญากรรมรุนแรงในประเภทต่างๆ มิได้ถูกจำกัดวงอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่อีกต่อไป

           การขับขี่รถจักรยานยนต์แข่งขันประลองความเร็ว นำไปสู่การรวมกลุ่มของคนที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม ทั้งประเภทคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ลักเล็กขโมยน้อย ลักรถจักรยานยนต์ การชำแหละ แยกชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์เพื่อง่ายต่อการขาย คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ ที่เริ่มต้นจากการตีกัน การทำร้ายร่างกายทั้งในลักษณะของการใช้อาวุธ และไม่ใช้อาวุธ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงขยายวงไปจนถึงคดียาเสพติดทั้งในเรื่องของการเสพ และการจำหน่าย ซึ่งในอดีตนั้นเด็กและเยาวชนจะเข้าถึงยาเสพติดที่มีราคาถูก และในปัจจุบันแม้กระทั่งยาไอซ์ซึ่งมีราคาแพงก็กลับกลายเป็นยาเสพติดที่แพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนในขณะนี้กันแล้ว ปรากฏการณ์เด็กแว้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในสังคมเมือง แต่สังคมชนบท หรือชนบทกึ่งเมืองก็มีปรากฏการณ์เด็กแว้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองที่มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

           ความเป็นชนบทกึ่งเมือง มีถนนเส้นตรงยาว และมีทางออกหลายเส้นทาง เป็นภูมิประเทศที่เหมาะสมในการแข่งขันประลองความเร็วของบรรดาเยาวชนนักบิด

           “มากันเต็มเลย เอารถมอเตอร์ดัดแปลงใส่รถกระบะมา แล้วก็มาบิดแข่งกันตรงหน้ามหาวิทยาลัย”นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแสดงความเบื่อหน่ายในพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ใหญ่ที่สนับสนุนร่วมด้วย

           อวดสาว ยังคงเป็นข้อสรุปสำคัญของสาเหตุที่มาในการเลือกสถานที่ของการแข่งรถในมุมมองของผู้ใหญ่ซึ่งอาจมิใช่เป็นคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

           “ผมแอบถ่ายรูปไว้หมด” ผู้นำท้องถิ่นใช้คำว่า “แอบ” และไม่ได้ขยายความต่อว่า แอบถ่ายแล้วได้ทำอย่างไรต่อไป “ผู้กำกับมาเสนอโครงการตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม จนพวกเราเข้าใจหลักการแล้ว เราก็อยากทำมาก เพราะมันใช่เลย” ผู้บริหารสถานศึกษากล่าวสอดคล้องกับเสียงของผู้นำชุมชน และนักศึกษา

           พ.ต.อ.ชาติ งานพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางคล้า(ขณะนั้น) นำนโยบายของ พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กำหนดให้ทุกสถานีตำรวจป้องกันและลดอาชญากรรมให้ได้ผลอย่างยั่งยืนตามหลักการตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม(ตมอ.)ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เรียกได้ว่า เป็นการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานงานวิจัย

           การเดินเข้าหาผู้นำชุมชนและประชาชนของหัวหน้าสถานีตำรวจพร้อมชวนมาเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันและลดอาชญากรรมในชุมชนร่วมกันทำให้สถานีตำรวจภูธรบางคล้าและราชสาส์นสามารถแก้ปัญหาและป้องกันอาชญากรรมการแข่งขันประลองความเร็วรถจักรยานยนต์ การจำหน่ายยาเสพติด และการเสพยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดเข้าสู่สถานศึกษาได้อย่างประสบความสำเร็จ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่มีความเข้มแข็งโดยบูรณาการกันเป็นหนึ่งเดียวทั้งในส่วนของภาคการศึกษา ท้องถิ่น ประชาชน และผู้ประกอบการต่างๆ ที่เรียกว่า คณะกรรมการ ตมอ.มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ วิทยาเขตบางคล้า ถึงแม้ว่าในห้วงเวลานั้นจะเป็นห้วงเวลาของการแต่งตั้งโยกย้ายที่นายตำรวจส่วนใหญ่มักจะใส่เกียร์ว่างก็ตาม

           ถึงแม้ว่า พ.ต.อ.ชาติ งานพิทักษ์ จะย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจบ้านโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ทำให้เกิดข้อสังเกตในการเรียนรู้ที่น่าสนใจว่า ความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำงานจนเป็นที่รักของชาวบ้านในการป้องกันอาชญากรรมตามหลัก ตมอ.นั้น ทำให้ผู้กำกับชาติ ไม่ได้เกิดความท้อแท้ หมดหวังแต่อย่างใด แต่กลับเดินเข้าหาชาวบ้าน แม้กระทั่งพระสงฆ์ในชุมชนก็ถูกผู้กำกับการเชิญมาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันและลดอาชญากรรมได้อย่างแน่นแฟ้น

           “ผู้กำกับเขามาแนะนำหลักการโครงการ และบอกว่าให้ทำบางหมู่บ้าน แต่พวกเราเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี เราจึงอยากทำทั้งตำบล ก็เลยขอผู้กำกับว่าทำทั้งตำบลเถอะ เราอยากให้ตำรวจทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” กำนันธงชัย บุญมา กำนันตำบลสิบเอ็ดศอกเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจและกระตือรือร้น

           ชาวบ้านบอกว่า อยากให้ตำรวจเป็นเพื่อนไม่ใช่เป็นนายและทำเหมือนชาวบ้านเป็นลูกน้อง อยากให้นายๆของตำรวจเดินมาทำงานร่วมกันทั้งมาพูดคุยเป็นเพื่อน ร่วมค้นหาปัญหา ร่วมวางแผนแก้ปัญหา ร่วมลงมือปฏิบัติ และมาประเมินผลร่วมกันเพื่อปรับเปลี่ยนแผนหากไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง

           “เราชอบ ตมอ. เพราะเรารู้สึกว่าตำรวจเขาจริงใจ และพร้อมที่จะทำร่วมกับเรามากกว่ามาสั่งให้เราทำ”

           นี่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาลหรือไม่ ในยุคที่มีการเรียกร้องการปฏิรูปตำรวจ !!!

............................................

(หมายเหตุ : ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ตู้ ปณ.1078 ปท.เกษตรศาสตร์
5o ถ.งามวงศ์วาน เขตจตุจักร กทม.10900
โทรสาร 0-2561-2230
มือถือ  08-6780-4141)