คอลัมนิสต์

‘ตท.’แจงระบบคัดเลือกแยกสอบเพื่อเพิ่มโอกาส

‘ตท.’แจงระบบคัดเลือกแยกสอบเพื่อเพิ่มโอกาส

23 เม.ย. 2558

‘ตท.’แจงระบบคัดเลือก แยกสอบเพื่อเพิ่มโอกาส : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             โรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) เป็นสถาบันการศึกษาของเหล่าทัพที่แต่ละปีจะมีเด็กนักเรียนชายให้ความสนใจสมัครเข้าศึกษาต่อเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากระบบการคัดเลือกที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนสามารถสอบได้ทั้ง 4 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับกลุ่มผู้ปกครองที่บุตรหลาน "สอบติดหลายเหล่า"

             ผู้ปกครองรายนี้ระบุว่า บุตรหลานของตนสอบติด 2 เหล่า คือ ทหารเรือ และตำรวจ ต้องทดสอบสมรรถภาพ และตรวจร่างกาย 2 เหล่า เจาะเลือด 2 ครั้ง เอกซเรย์ 2 ครั้ง บางคนสอบติด 4 เหล่าต้องไปเจาะเลือด 4 ครั้ง เอกซเรย์ 4 ครั้ง เพราะแต่ละที่ก็ไม่รู้ว่าจะติดหรือเปล่าก็ต้องไปสอบ ตำรวจตรวจร่างกาย 2 วัน ทดสอบสมรรถภาพทางกาย 2 วัน และสัมภาษณ์ 1 วัน รวม 5 วัน

             "ถ้าสอบติด 4 เหล่า เดือนนี้ผู้ปกครองต้องถูกไล่ออกจากงาน เพราะสอบเกือบทั้งเดือน" เขาชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

             เขาจึงอยากให้โรงเรียนเหล่าทัพนำระบบการสอบคัดเลือกมารวมกันเหมือนมหาวิทยาลัยที่สอบวันเดียวกัน แล้วค่อยเลือกอันดับ 1-4 เพื่อประหยัดเงินและเวลาผู้ปกครอง รวมทั้งเพื่อประหยัดงบประมาณด้วย อีกประเด็นที่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแต่ละเหล่าจะเรียกเด็กนักเรียนไว้เป็นจำนวนมากเกินกว่าที่รับ เช่น ตำรวจรับ 180 คน แต่กลับเรียกไว้เผื่อสำรองถึง 600 กว่าคน

             แหล่งข่าวในโรงเรียนเตรียมทหารกล่าวว่า เนื่องจากความต้องการของแต่ละเหล่าทัพไม่เหมือนกัน ทำให้ข้อสอบของแต่ละเหล่าแตกต่างกันไปด้วย และการสอบแบบเหลื่อมวันยังทำให้เด็กมีโอกาสได้ตัดสินใจเลือกเหล่าที่ตนมีความต้องการจริงๆ

             ส่วนการเรียกเด็กไว้เป็นจำนวนมากก็เพื่อป้องกันกรณีที่มีเด็กสละสิทธิ์ รวมทั้งกรณีสอบพลศึกษา หรือตรวจโรคไม่ผ่าน ขณะที่การต้องไปสอบหลายที่นั้นส่วนมากเด็กที่สอบติดมักจะมีเหล่าทัพในดวงใจอยู่แล้ว คงไม่ไปสอบครบทุกเหล่า ส่วนที่ทำให้ผู้ปกครองต้องเสียเงินและเสียเวลาก็จะหารือกันในเรื่องนี้ด้วย

             ด้านตัวแทนในกองทัพเรือกล่าวตรงกันว่า การกำหนดวันสอบให้เหลื่อมกันก็เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เด็ก ส่วนการเรียกเด็กไว้จำนวนมากนั้น ยกตัวอย่างร.ร.นายเรือ ที่รับทั้งนักเรียนนายเรือ และตำรวจน้่ำ ก็มีการเรียกไว้หลังการสอบข้อเขียนรอบแรก 1,000 กว่าคน ทั้งที่ยอดรับจริงประมาณ 90 คน

             "แต่พอเรียกมารายงานตัวในรอบที่สองกลับเหลือ 500 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งพอถึงวันที่เลือกเหล่าจะน้อยกว่านี้มาก เราจึงต้องเรียกเผื่อไว้เพื่อป้องกันกรณีที่มีคนสละสิทธิ์ รวมทั้งกรณีที่สอบตกพลศึกษา ตรวจโรคไม่ผ่าน หรือกรณีลาออกในภายหลังด้วย" ตัวแทนกองทัพเรือ กล่าว

             ขณะที่แหล่งข่าวในโรงเรียนนายร้อยตำรวจอธิบายเพิ่มเติมว่า การกำหนดให้สอบเหลื่อมเวลากันเป็นมติของที่ประชุมโรงเรียน 4 เหล่าทัพ เพื่อให้เวลา และเปิดโอกาสให้เด็กได้ตัดสินใจ เพราะเราสำรวจพบว่า มีเด็กถึง 90% ที่สอบติดมากกว่าเหล่าเดียว ส่วนที่ทำให้ผู้ปกครองต้องเสียเงินและเวลามากขึ้น ทางโรงเรียน 4 เหล่าทัพก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

             "หลังจากนี้เราจะประชุมร่วมกันว่าจะมีส่วนไหนที่ทำร่วมกันได้บ้าง เช่น การตรวจโรค หรือการสอบพลศึกษา แต่อยากให้เข้าใจว่า แต่ละเหล่ามีความต้องการไม่ตรงกัน เช่น ทหารอากาศเน้นเรื่องสายตา ทหารเรือเน้นว่ายน้ำ ซึ่งเรากำลังหาจุดที่สามารถทำร่วมกันได้อยู่เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง"

             ส่วนเรื่องการเรียกเด็กไว้เกินจำนวนที่ต้องการรับเป็นจำนวนมากนั้น ในส่วนของ ร.ร.นายร้อยตำรวจ รับนักเรียนได้ 180 คน ซึ่งเราเคยคิดว่าจะรับไว้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 คือ 540 แต่สองปีหลังนับตั้งแต่มีการปรับระบบการสอบใหม่ปรากฏว่า มีเด็กที่มารายงานตัวในวันเลือกเหล่าน้อยมาก

             "อย่างปีก่อน เราเรียกไว้ทั้งหมด 720 คน แต่พอถึงวันที่เลือกเหล่าปรากฏว่า เราเหลือสำรองแค่ 100 กว่าคน ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะหลังจากเข้าไปเรียนเตรียมทหารแล้วจะมีเด็กที่ลาออกไปอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้น จำนวนที่เราเรียกไว้จึงไม่ได้มากอย่างที่คิด"

             สรุปว่า ทั้งการสอบแบบเหลื่อมวัน และการเรียกสำรองเป็นจำนวนมากก็เพื่อประโยชน์ของตัวเด็ก และโรงเรียนเหล่าทัพเอง ที่สำคัญ ในกลุ่มที่ติด "สำรอง" ก็ยังมีโอกาสอยู่ไม่น้อย เพราะแต่ละปีจะมีกลุ่มเด็กที่สละสิทธิ์เป็นจำนวนมาก