คอลัมนิสต์

โจโกวีเริ่มโจ๊กไม่ออก

โจโกวีเริ่มโจ๊กไม่ออก

21 เม.ย. 2558

โจโกวีเริ่มโจ๊กไม่ออก : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

            กรุงจาการ์ตา-หลังเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีได้เกินหกเดือน มีการประเมินการทำงานและผลงานของประธานาธิบดี โจโก วีโดโด หรือที่รู้จักกันในนาม “โจโกวี” คนเก่งติดดินของการเมืองอินโดนีเซีย ปรากฏว่าผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วไปออกมาแย่กว่าที่คิดมาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา เขาได้ตัดสินใจนโยบายผิดๆ หลายครั้ง มากไปกว่านั้นเขายังไม่มีจุดยืนที่แน่นอนในหลายๆ ประเด็น จนทำให้ชาวบ้านเริ่มตำหนิผู้นำคนนี้ว่าชอบชักเข้าชักออก (แบบสไตล์ผู้นำไทย)

            ที่เห็นกันชัดๆ คือนโยบายล่าสุด เก๋มาก คืออยู่ๆ รัฐบาลประกาศยกเลิกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากสามสิบประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ปรากฏว่าหลังประกาศได้หนึ่งอาทิตย์ต้องยกเลิกไปทันที หลังจากมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองตรวจคนเข้าเมืองออกมาท้วงติงเตือนว่าการยกเลิกวีซ่านั้น อาจจะผิดกฎหมายได้ เพราะมันต้องเป็นข้อตกลงทวิภาคีต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน

            ก่อนหน้านี้ โจโกวีเกิดบ้าจี้ขึ้นมา ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ข้าราชการไปจัดงานหรือประชุมหรือเช่าห้องทำกิจกรรมของกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ในโรงแรมห้าดาว หรือสถานที่หรูหรา เพื่อประหยัดเงินงบประมาณหลวง ปรากฏว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน กระทรวงต่างๆ ต้องออกคำสั่งใหม่ที่มีการลดหย่อนผ่อนผันให้ เพราะจริงๆ มันทำตามที่ประธานาธิบดีสั่งไม่ได้

            ไม่กี่วันที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ได้ลงบทความ วิเคราะห์ถึงนโยบายต่างๆ ที่โจโกวีได้ตัดสินใจไปแล้วแต่ต้องยกเลิก มีการเปลี่ยนแปลง หรือถอนนโยบายถึงเจ็ดนโยบายใหม่ๆ ส่วนใหญ่ที่ผิดพลาดเป็นเพราะว่าเขาไม่มีเวลาอ่านคำสั่งในรายละเอียดตามจริง เจ้าตัวยอมรับหน้าตาเฉยว่าไม่ได้อ่าน แถมยังบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยเฉพาะเรื่องที่ต้องเข้ามาอธิบายล่วงหน้า โจโกวียังบ่นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้อธิบายให้ฟังก่อนจึงทำให้การตัดสินนโยบายหลายครั้งผิดพลาด

            ก่อนหน้านี้มีเรื่องใหญ่ที่ทำให้โจโกวีหน้าแตกคือกรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ต้นเดือนมกราคม เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ถึงแม้นว่าโจโกวีเป็นผู้เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ก็ตาม การเมืองภายในอินโดนีเซียเป็นเรื่องผลประโยชน์และเครือข่ายพรรคโจโกวีผู้นำติดดิน บางครั้งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

            ที่น่าสนใจที่สุดคือ ท่าทีของอินโดนีเซียที่มีต่ออาเซียนได้ลดหดหายไปเยอะมาก เมื่อเปรียบเทียบกับยุคสมัยของประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ที่พร้อมเสมอที่จะชูหน้าชูตาอินโดนีเซียในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ส่วนโจโกวีสนใจในเรื่องภายในเกี่ยวกับปากท้อง เรื่องประชานิยม เล่นประเด็นในบ้านมากกว่าต่างประเทศ

            ท่าทีนี้ทำให้สมาชิกอาเซียนเป็นห่วง การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปลายปีนี้ของอินโดนีเซียอาจจะล่าช้า เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีขาเข้าหลายอย่าง เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมและเกษตรภายในประเทศ ทำให้การนำแผนปฏิบัติการในการบริการและการลงทุนพลอยมีปัญหาไปด้วย

            ระหว่างวันที่ 19-24 เมษายน อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การประชุมที่บันดุงอินโดนีเซีย เพื่อรำลึกถึงอดีตในยุค 1954 ที่มีผู้นำประเทศจากเอเชียและแอฟริกาที่เพิ่งได้รับอิสรภาพใหม่ๆ ที่ได้มาพบกัน เพื่อสร้างสรรค์ระเบียบโลกใหม่ในตอนนั้น เพื่อสู้กับมหาอำนาจที่กำลังต่อสู้กันในสงครามเย็น ซึ่งกลุ่มนี้ต่อมาได้กลายมาเป็นขบวนการไม่ฝักฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด (Non-alignment Movement) ขณะนี้มีสมาชิกมากกว่าหนึ่งร้อยประเทศ

            มันเป็นโอกาสดีที่โจโกวีจะได้แสดงฝีมือทางด้านต่างประเทศ เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียนและแอฟริการ่วมมือกันมากกว่านี้เพื่อสร้างสังคมใหม่ ระเบียบโลกใหม่ ที่มีความยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ในการประชุมครั้งนี้ ความสนใจจะพุ่งไปที่ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เพราะถือว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอานุภาพที่สุด เป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับสอง ต้องติดตามดูว่าจีนมีข้อเสนออะไร
อินโดนีเซียมีอำนาจต่อรองในเวทีการเมืองภูมิภาคและระหว่างประเทศสูงที่สุดในอาเซียนขณะนี้ (ปี 1992-2005 ไทยมีอำนาจในลักษณะเดียวกัน) เนื่องจากมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าสมาชิกอาเซียนอื่น ทำให้อินโดนีเซียมีทางหนีทีไล่มากกว่า