คอลัมนิสต์

รัฐธรรมนูญของประชาชน

รัฐธรรมนูญของประชาชน

20 เม.ย. 2558

รัฐธรรมนูญของประชาชน : บทบรรณาธิการ 20 เม.ย. 58

 
                         การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ระหว่างวันที่ 20-26 เมษายนนี้ มีวาระสำคัญคือ การอภิปรายแสดงความเห็น ถกเถียง และซักถามเสนอแนะ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนทั่วทั้งประเทศจะจับตาเกาะติดกันอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุที่การร่างกฎหมายแม่บทของชาติฉบับนี้ มีขึ้นด้วยเหตุจากการยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในท่ามกลางความคาดหวังของสังคมว่า ประเทศไทยจะได้ถือเอาวาระนี้ ลงมือปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้านไปพร้อมกัน หลังจากเคยถกเถียงกันมานักต่อนักว่า เราจะเริ่มปฏิรูปกันตอนไหน ดังนั้นการเกิดขึ้นของ สปช.จึงเสมือนตอบโจทย์ในเบื้องต้นว่า จะได้ทำงานควบคู่หรือคัดท้ายการร่างรัฐธรรมนูญให้ออกมาสนองตอบต่อการปฏิรูปประเทศ ดังเช่นที่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ เอาไว้ศึกษาและติดตามหลายคนอันน่าจะครบถ้วนครอบคลุมทุกกลุ่มปัญหา เช่นเดียวกับอีก 3 องค์กร ที่จะเดินเคียงกันไปคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี  และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
 
                         นอกเหนือจากการวางสมาชิก สปช.เพื่ออภิปรายประกอบร่างรัฐธรรมนูญเอาไว้หลายๆด้าน อย่างเช่น คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่มีธงเอาไว้ว่า จะอภิปรายในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ขึ้นไปจนถึงอัยการและศาล คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งเรื่องสภาพแวดล้อมที่ยังคงมีข้อถกเถียงอยู่อีกมากว่าจะใช้กฎหมายหลักเป็นแม่บท นำทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรืออย่างน้อยในระยะสั้นก็ทำให้เริ่มมองเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์แล้ว ยังมีปมประเด็นร้อนๆ ที่ถกเถียงกันอย่างหนักก่อนหน้านี้ จนเป็นที่คาดหมายว่า น่าจะเป็นเรื่องชี้เป็นชี้ตายของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มานายกรัฐมนตรีที่เปิดกว้างให้คนนอกที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่งได้ กลไกการเลือกตั้งที่มุ่งเน้นไม่ให้พรรคการเมืองได้คะแนนเสียงเบ็ดเสร็จเกินไป ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ 
 
                         กระนั้นก็ตาม กล่าวสำหรับ "ปมร้อน" ที่กำลังถกเถียงกันอย่างกว้างขวางดังที่กล่าวมานั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของนักการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เสียงดัง และมีส่วนได้เสียกับการเขียนรัฐธรรมนูญทุกฉบับ จึงทำให้โฟกัสของร่างรัฐธรรมนูญวนเวียนอยู่กับ 3-4 เรื่องนี้ โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ปรารถนาที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งก็คือให้รัฐธรรมนูญเป็นกลไกคัดกรองนักการเมือง จึงเกิดวิวาทะอย่างกว้างขวาง ในทางกลับกัน ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีที่กำลังถูกมองว่าเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจของบางคนหรือบางคณะ ก็จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกันอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่แม่น้ำ 5 สาย นักการเมือง นักวิชาการ โดยดำเนินการอย่างเกิดกว้างโปร่งใส
 
                         แต่หัวใจสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญพึงตระหนักก็คือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลักที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าล้วนจะต้องมีส่วนได้เสียด้วยกันทั้งสิ้น ประเด็นการพิจารณาถกเถียงทั้งในชั้นคณะกรรมาธิการ สปช.คสช. สนช. และคณะรัฐมนตรี จึงควรจะต้องให้ความสำคัญในด้านอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย อย่างเช่น เรื่องการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรของชาติและสภาพแวดล้อม การปฏิรูปในทุกๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การวางฐานรากของชาติอย่างมั่นคงยั่งยืน และเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยแท้จริง