
'อาจารย์สัญญา' กับมาตรา 17
16 เม.ย. 2558
มนุษย์สองหน้า : 'อาจารย์สัญญา' กับมาตรา 17 : โดย...แคน สาริกา
ก่อนวันสงกรานต์ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย พร้อมด้วยคณะ ได้ร่วมบรรยายสรุปเกี่ยวกับประกาศ คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ให้แก่เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย 16 ประเทศ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต องค์กรระหว่างประเทศ รวมกว่า 60 แห่ง และสำนักข่าวต่างประเทศ
พร้อมกับสรุปว่า มาตรา 44 จึงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยช่องทางปกติ
จริงๆ แล้ว อำนาจที่คล้ายคลึงกับมาตรา 44 นี้ เคยมีมาแล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราว เรารู้จักกันดีว่า "มาตรา 17" ในอดีตมีบทบัญญัติมาตรานี้ไว้ในธรรมนูญการปกครองหรือรัฐธรรมนูญชั่วคราวหลายฉบับคือ
ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 มาตรา 17 (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์)
ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515 มาตรา 17 (จอมพลถนอม กิตติขจร)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2519 มาตรา 21 (พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่)
ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2520 มาตรา 27 (พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่)
ธรรมนูญการปกครอง พ.ศ.2534 สมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร และคณะ ก็เป็นธรรมนูญฯ ฉบับสุดท้ายที่คงเนื้อหาลักษณะมาตรา 17 ไว้ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเป็น "สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ" (รสช.) และเพิ่มอำนาจให้ ประธาน รสช.เทียบเท่านายกรัฐมนตรีในกรณีใช้อำนาจตามมาตรานี้
สมัยจอมพลสฤษดิ์ มาตรา 17 ถูกใช้แก้ปัญหาหลายอย่าง อาทิ กรณีวางเพลิงเพื่อหวังเงินประกัน, ปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด, ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ฯลฯ
มาถึงสมัยจอมพลถนอม มาตรา 17 ถูกประกาศใช้ปราบโจรปิดตลาดปล้นที่ปราจีนบุรี, แก้ปัญหาข้าวขาดตลาด เพราะเวลานั้น ข้าวขาดแคลนจนต้องเข้าคิวซื้อยาวเหยียด ฯลฯ
นอกจากนี้ จอมพลถนอมยังใช้มาตรา 17 ยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์ เหมือนสำนวนไทยกงเกวียนกำเกวียน ผู้ใดทำกรรมอย่างใดไว้ย่อมได้รับผลกรรมนั้น ซึ่งตอนหลังจอมพลถนอมก็ถูกยึดอาทรัพย์เช่นกัน
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในระหว่างนั้น ยังใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515 ของจอมพลถนอม
ปลายเดือนพฤษภาคม 2517 อาจารย์สัญญาได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีแรงกดดันจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรณียึดทรัพย์จอมพลถนอม-จอมพลประภาส และครอบครัว โดยสมาชิก สนช.หลายคนต้องการให้อาจารย์สัญญาใช้มาตรา 17 ยึดทรัพย์ทันที และถึงขั้นเสนอร่าง พ.ร.บ.ยึดทรัพย์ฯ กดดันอาจารย์สัญญา
แต่อาจารย์สัญญาในฐานะนักกฎหมาย ไม่อยากใช้อำนาจเผด็จการยึดทรัพย์จอมพลถนอมและคณะ จึงใช้วิธีตั้งกรรมการสอบสวนแทน
ต่อมาอาจารย์สัญญากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตามคำร้องขอของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง การใช้มาตรา 17 จึงบังเกิดขึ้นใน 2 กรณี คือ การยึดทรัพย์จอมพลถนอมและครอบครัว กับการใช้มาตรา 17 เพื่อแก้ข้อพิพาทระหว่างชาวนากับนายทุนเจ้าของที่ดิน
ดังที่ทราบกัน ยุคของความเบ่งบานของประชาธิปไตย มีชาวนา ชาวไร่มาชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ช่วยเหลือเรื่องนายทุนโกงที่นา และช่วยไถ่ถอนหนี้สินโดยรัฐบาลได้
หลังจากอาจารย์สัญญาใช้อำนาจมาตรา 17 แก้ปัญหาของชาวนาชาวไร่ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวนา และตั้งกองอำนวยการสอบสวน 8 ชุด ในพื้นที่นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, กำแพงเพชร และอ่างทอง
แต่รัฐบาลสัญญามุ่งเน้นการไกล่เกลี่ยระหว่างชาวนากับเจ้าของที่ดินและนายทุน ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จ อีกด้านหนึ่ง เกษตรกรส่วนใหญ่ได้สูญเสียที่ดินไปก่อนปี 2517 แต่รัฐมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะกรณีที่เกิดในปี 2517 จึงไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่คนกลุ่มใหญ่
ทำนองเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังใช้อำนาจเด็ดขาดแก้ปัญหาการบุกรุกป่า, แก้ปัญหาราษฎรไม่มีที่ดินทำกิน และแก้ปัญหาต่างๆ อันเนื่องจากการใช้อำนาจปกติจะใช้เวลามากและไม่ทันการณ์
พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักดีว่า การแก้ปัญหาผ่านกลไกรัฐปกติเต็มไปด้วยความล่าช้า ย่อมไม่ผลดีต่อความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลทหาร
ถ้อยวลี "มาตรา 44" เป็นดุจยาวิเศษแก้สารพัดโรค มีการกล่าวกันมากขึ้น แต่จะเป็นยาวิเศษที่รักษาโรคให้หายขาด หรือจะเป็นเพียงแค่ "ยาแก้ปวดฟัน" ระงับปัญหาได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็ต้องรอดูผลงานในอนาคตอันใกล้นี้
-----------------------
(มนุษย์สองหน้า : 'อาจารย์สัญญา' กับมาตรา 17 : โดย...แคน สาริกา)



