
เอะอะก็จะใช้มาตรา44
เอะอะก็จะใช้มาตรา44 : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
เห็นข่าวที่ว่า กทม.จะประสานทหารไปตรวจร้านเหล้าที่อยู่ใกล้สถานศึกษา เพราะเห็นว่า มีการประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 แล้ว สะท้อนให้เห็นมุมมองของผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลจัดการสังคมให้ผู้คนได้อยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดี
ความจริงแล้ว คสช.ประกาศใช้มาตรา 44 นั่น เขามีเป้าหมายที่จะจัดการชัดเจนอยู่แล้ว ก็คือ แก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย แก้ปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ-ป่าสงวน และจัดการปัญหาการกีดขวางการจราจร
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หน่วยงานใด กระทรวงไหน อยากให้ทหารไปช่วยเหลือจัดการปัญหาเอะอะจะขอให้ทหารไปได้เลยทันที หรือเพียงแค่เป็นทหาร ยศ ร้อยตรี เรือตรี นาวาอากาศตรี ก็ถือว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเทียบได้กับตำรวจ เลยเสียเมื่อไหร่
เจ้ากระทรวงที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงนั้น จะต้องทำเรื่องร้องขอไปยัง รมว.กลาโหม ซึ่งก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้พิจารณาเสียก่อนว่า จะให้ทหารไปทำเรื่องตามที่ร้องขอหรือไม่ เพราะ คสช.วางกรอบเอาไว้แล้วว่า ต้องเป็นภายใน 3 เรื่องหลักนี้เท่านั้น
การที่ กทม.จะขอให้ทหารไปเดินตรวจผับ ตรวจสถานบันเทิงที่มีอยู่เป็นหมื่นร้าน คำถามว่า ปัญหาที่ว่านี้ มันถึงขั้นเป็นอันตรายต่อความมั่นคงแล้วหรือ
ลำพัง กทม.ก็มี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 255 สามารถดึงหน่วยงานอื่นเป็นกรรมการไปตรวจผับตรวจสถานบันเทิงได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำรวจในพื้นที่ หรือตำรวจปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งตำรวจที่ดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน
ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ธรรมดา เหมือนกับเอาพระมายกร่างกฎหมาย คือถ้าบังคับใช้กันจริงๆ ผับบาร์ สถานบันเทิง อย่าว่าแต่ กทม.เลย ร้านเหล้า ผับ บาร์ ในประเทศไทย ก็คงจะสูญพันธุ์กันไปจนหมด
เพราะรายละเอียดของกฎหมายนั้น ห้ามกระทั่ง ขวดเหล้าเบียร์ที่ตั้งไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อในร้าน
ยิ่งถ้าร้านไหนไปจัดงานส่งเสริมการขาย หรือเอาแค่ไปบอกลูกค้าว่า ซื้อ 1 แถม 1 นี่ก็ถือว่า“เข้าข่าย” ละเมิดกฎหมายนี้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติที่คุ้มครองคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ใครขัดขวาง มีโทษน่าจะถึงกับจำคุก
มีกฎหมายขนาดนี้แล้วยังจะเพรียกหาทหาร ร้องขอ มาตรา 44 ที่มีเนื้อหามากกว่ากฎอัยการศึกมาอีกทำไม
หรือว่าบ้านเราเมืองเราดูแลให้อยู่กันอย่างสงบๆ หรือให้ผู้คนทำมาหากินภายใต้กฎหมายปกติกันไม่ได้แล้ว
หรือว่า การให้ทหารเข้ามาจัดการปัญหาเพื่อจะผลักภาระ “มวลชน” ไปให้ทหารดีกว่าที่จะเดินเข้าไปเผชิญหน้าด้วยตัวเอง
แต่ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้คนในสังคมจะเสพติดกับการเปิดทางให้ทหารใช้อำนาจ หาใช่ทหารที่เสพติดกับอำนาจที่มี
เป็นห่วงวันข้างหน้ากันบ้างไหม ?



